Posts Tagged Economics

Khajornkiat Sa-nguankulchai: Rice Mortgage and the Thai Economy

Posted on September 6, 2009 by viriya2 Comments

โครงการรับจำนำข้าวและผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

by Khajornkiat Sa-nguankulchai

เรื่อง/ภาพ: วิริยะ เตชะรุ่งโรจน์

*** download ไฟล์ pdf (เพื่อการอ่านและการศึกษาเนื้อหาที่ดีกว่า)


เป็นอีกหนึ่งวันนะครับที่ทีมงานสำเร็จได้ไปเยี่ยมเยียน ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ หลังจากได้ไปสัมภาษณ์กลุ่มนักศึกษาเก่งๆมาเมื่อไม่นานมากนี้ เราก็เลยติดใจนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ภาคภาษาอังกฤษนี้ว่า เอ… จะมีนักศึกษาเก่งๆอีกมั้ยนะ เราก็เลยติดต่อกับคุณขจรเกียรติ หรือ ก้อง สงวนกุลชัย นักศึกษาชั้นปีที่สี่ คณะเศรษฐศาสตร์ภาคภาษาอังกฤษ (B.E.) ของที่ธรรมศาสตร์นี้เพื่อที่จะไปสัมภาษณ์ถึงโปรเจ็คต์ที่คุณขจรเกียรติได้ทำซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิชา Thai economy หรือเศรษฐกิจไทย โดยโปรเจ็คต์นี้เป็นโปรเจ็คต์ที่ดีมากๆเพราะเป็นการวิเคราะห์ข้าวซึ่งเป็นสินค้าเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของประเทศไทยเลยทีเดียว โดยประเด็นหลักของโปรเจ็คต์นี้คือโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งเป็นโครงการที่มีปัญหามากน้อยมาตลอดในช่วงหลังๆจนกระทั่งรัฐบาลชุดปัจจุบันยกเลิกชั่วคราวไป คุณขจรเกียรติจะมาวิเคราะห์ให้เราฟังถึงตัวโครงการ และผลกระทบต่อกลุ่มคนต่างๆ รวมถึงแนวทางแก้ไขที่ยั่งยืนเพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตชาวนา ผมตื่นเต้นมากที่จะได้มาสัมภาษณ์ในวันนี้เพราะเป็นสิ่งที่ท้าทายมากทีเดียวที่จะต้องสัมภาษณ์โปรเจ็คต์เศรษฐศาสตร์ แต่ยังไงก็ต้องมาครับ เพราะความคิดดีๆและความตั้งใจของคุณก้อง ขจรเกียรติ อาจจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ชาวนาอีกหลายล้านคนในประเทศไทยเรา และผมมั่นใจซะด้วยสิ ว่าวันนี้ที่มาต้องไม่ผิดหวังแน่นอน หลังจากได้เจอคุณก้อง เราก็เดินไปนั่งที่ร้านกาแฟติดประตูฝั่งท่าพระอาทิตย์ พร้อมกับเริ่มสัมภาษณ์ เราลองไปฟังคุณก้อง ขจรเกียรติดูครับ

Khajornkiat Sa-nguankulchaiแนะนำตัวเองหน่อยครับ
“ชื่อ ขจรเกียรติ สงวนกุลชัย ครับ อยู่ B.E. ปีสี่ เศรษฐศาสตร์ภาคภาษาอังกฤษ”

เรียนที่ B.E. เป็นยังไงบ้างครับ ยากมั้ย?
“ยาก ยากมาก (หัวเราะ) ก็เหนื่อยครับ เมื่อก่อนก็คิดว่าเศรษฐศาสตร์มันไม่ยากขนาดนี้ แต่พอเรียนไปลึกๆแล้วมีอะไรให้เราค้นหาอีกเยอะเลย แล้วทำให้ได้แนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ไปคิดในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้น”

ได้ไปคิดในชีวิตประจำวันด้วย?
“เหมือนมีกระบวนการการคิดในหัว เรื่องทั่วไปการจับจ่ายใช้สอยอ่ะครับ หรือการมองสังคม มีการนำกระบวนการทางเศรษฐศาสตร์มาใช้ในการคิด อย่างเดินในท่าพระจันทร์อย่างนี้ คนบางคนมีเงินหรือไม่มีเงิน ทำไมเค้าถึงไม่มี แล้วเราจะช่วยเหลือเค้าได้อย่างไรบ้าง welfare ของคนแต่ละคนจะเป็นยังไง”

ทำไมถึงเริ่มทำโปรเจ็คต์นี้?
“ที่สนใจเรื่องข้าวก็เพราะว่า ข้าวเป็นสินค้าที่อยู่กับประเทศไทยมานานมาก เป็นสิ่งที่ค้ำจุนเศรษฐกิจไทย และอีกอย่างนึงก็คือข้าวก็เป็นอะไรที่สำคัญต่อชีวิตประจำวันของคนไทย แล้วมันมีอะไรที่ซับซ้อนมากกว่านั้น คือข้าวเหมือนเป็นสินค้าการเมือง ทุกยุคทุกสมัย ข้าวต้องมีความสำคัญทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจและการเมือง”

โปรเจ็คต์นี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาอะไร?
“วิชา Thai economy เป็นวิชาที่จะพูดถึงเรื่องราวกึ่งประวิติศาสตร์ของเศรษฐกิจไทยครับ ย้อนกลับไปตั้งแต่เริ่มแรกราวๆรัชกาลที่ 5 จนถึงปัจจุบัน แล้วก็อนาคต โดยโปรเจ็คต์นี้ อาจารย์ก็ค่อนข้างเปิดกว้างให้นักศึกษาไปคิดเอาว่า topic ไหนที่น่าสนใจน่าจับตามอง แต่ต้องเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทย”

SAMRET Factors

Situation

ปัญหาในเศรษฐกิจไทยที่เกี่ยวกับข้าวเกิดอะไรขึ้น?
“ก่อนอื่นเลยก็คือโปรเจ็คต์นี้ผมจะเน้นไปที่ตัวโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ค่อนข้างจะมีปัญหามาทุกยุคทุกสมัย (หัวเราะ) ถ้าพูดตามตรงก็คือโครงการรับจำนำข้าวมีมาแล้ว 20 กว่าปีได้ตั้งแต่ช่วงที่ราคาข้าวยังไม่ถือว่าแย่ ยังถือว่าดีอยู่ แต่ว่ารัฐบาลออกกึ่งๆแนวทางการเมืองที่ต้องการเสียงจากประชาชนในการสนับสนุนจากการเลือกตั้ง ยิ่งชาวนาโดยพื้นฐานถือว่าเป็นกลุ่มบุคคลกลุ่มใหญ่ในสังคมไทย ก็เลยมีโครงการนี้ขึ้นมา”

โครงการนี้เป็นยังไงบ้าง?
“ก็เหมือนกับการไปจำนำตามโรงรับจำนำทั่วไป ชาวนาก็จะเอาข้าวของเค้าไปที่โรงสีหรือว่าที่หน่วยงานรับจำนำ เสร็จแล้วเค้าก็จะตีราคาข้าวให้มาแต่ราคาก็จะไม่เต็มราคาของตลาด ก็คือจะถูกกว่าราคาตลาด เพื่อที่จะให้ชาวนามาไถ่ถอนออกไปเวลาที่ข้าวราคาดีแล้วก็ให้ชาวนาไปขายเอง เหมือนไปฝากไว้ เอาเงินมาใช้ก่อนเพื่อเอาเงินมาหมุนเวลาทำนา ถ้าเกิดข้าวราคาดีชาวนาก็เอาเงินไปคืน ไปไถ่ถอนข้าวออกมาขายเพื่อให้ราคาที่ดีขึ้น ก็เหมือนเป็นการช่วยชาวนาอีกทางนึง”

แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหน?
“ปัญหาที่ผ่านมาก็คือ หลายปีมาแล้ว เริ่มจากตอนแรกที่เค้าให้ราคาข้าวที่ต่ำกว่าราคาตลาด ชาวนาก็เหมือนมี incentive (แรงจูงใจ) ในการไปฝากไปถอนข้าวออกมาเพื่อที่จะนำไปขายในราคาดี แต่ปัจจุบันคือเค้าให้ราคาจำนำที่สูงกว่าราคาตลาด เพราะฉะนั้นก็ไม่มีชาวนาคนไหนที่จะไปถอนข้าวออกมา ปัญหาก็คือรัฐบาลต้องรับซื้อข้าวจำนวนมากแล้วไม่สามารถเอาข้าวไปขายในตลาดได้ เกิดการผกผันของราคาในตลาด เกิดตลาดที่ไม่เสรีขึ้น เกิด failure และชาวนาก็ไม่มี incentive ในการพัฒนาตัวข้าวของเค้าให้มีคุณภาพมากขึ้น เพราะเค้ารู้ว่าเดี๋ยวรัฐบาลก็ซื้อ ถ้าเกิดชาวนาขายข้าวไม่ได้ไปประท้วงเดี๋ยวรัฐบาลก็ยอม (ทำเว็บไม่มีคนอ่านจะไปประท้วงได้มั้ยนะ)”

ประท้วงกันบ่อยมั้ย?
“(หัวเราะ) ทุกปี ไม่ว่าข้าวจะราคาดีราคาแพงเค้าก็ประท้วง เหมือนมันจะเป็นนิสัยไปแล้วว่ามีปัญหาอะไรก็เอาข้าวมาเทที่ถนนหน้าทำเนียบ เดี๋ยวรัฐบาลก็มาเปิดโครงการรับจำนำ พอชาวนาได้ราคาที่สูงกว่าตลาดก็พอใจ ก็ถอยกลับไป แล้วเหมือนกับรัฐบาลก็ต้องยอม”

ผลกระทบกับการส่งออกเป็นอย่างไร?
“ผลกระทบด้านส่งออกก็คือ หนึ่งคือเรื่องราคา โดยตรง พอรัฐบาลรับซื้อข้าวจำนวนมาก supply (อุปทาน) ในตลาดก็น้อยลง พอ supply ในตลาดน้อยลงก็ทำให้ราคามันสูงขึ้น เพราะรัฐบาลรับจำนำแล้วเอาไปเก็บใน stock ก่อนยังไม่เอาออกมาขาย เค้าจะบอกว่าเค้าจะรอราคาดีแล้วเค้าค่อยเอาออกมาขาย (หัวเราะ) พอเก็บใน stock ข้าวในตลาดก็น้อย คนก็แย่งกันซื้อ เพราะฉะนั้นราคาก็จะแพง ผู้ส่งออกก็ต้องส่งออกข้าวในราคาที่แพง ต่างประเทศก็ไม่พึงพอใจเท่าไหร่ที่ต้องซื้อข้าวราคาแพงกว่าราคาตลาด แต่พอราคาในตลาดสูงขึ้น รัฐบาลก็ dump (เทขาย) stock ข้าวของเค้าออกมาทั้งหมดเลยทีเดียวพร้อมกัน ก็ทำให้ราคาตกฮวบทันที ราคาก็ผันผวนมาก”

แล้วราคาผันผวนมากเกิดผลกระทบอะไรต่อระบบเศรษฐกิจ?
“ตลาดมันก็ไม่เดินอย่างเสรี แทนที่จะเดินอย่างปกติ ราคาก็ขึ้นลงขึ้นลง มันจะเกิด deadweight loss (เริ่มยากละ) ในระหว่างการดำเนินงาน ผลกระทบหลักๆก็คือตลาดกับรัฐบาล รัฐบาลต้องเอาเงินจำนวนมากไปซื้อข้าวมา โดยใช้ผ่านธนาคารเพื่อการเกษตร เอาเงินของธนาคารมาซื้อข้าวในกรณีที่เค้าถังแตก ซึ่งธนาคารเป็นรัฐวิสาหกิจ เค้าก็ปล่อยกู้ให้รัฐบาลมาซื้อข้าว พอเทขายแล้วราคาตก รัฐบาลก็จะขายได้เงินน้อย ก็จะขาดทุน ซื้อมาในราคาแพงแต่นำมาขายได้ราคาถูก”

เงินภาษีของประชาชนเนี่ยนะ?
“กึ่งนึงครับ แล้วก็เงินฝากของเกษตรกรทั่วไปด้วยโดยผ่านธกส”

คือเหมือนอัฐยายซื้อขนมยาย?
“(หัวเราะ) อัฐยายซื้อขนมยาย ใช่ครับ แล้วเค้า(รัฐบาล) ก็เจ๊ง เค้าก็ไม่มีเงินไปคืนธกส ธกสก็ขึ้นเป็นหนี้เสียขึ้นมา รัฐบาลก็ค่อยๆใช้ ค่อยๆใช้ เอาภาษีมาค่อยๆโปะ”

แล้วผลกระทบกับประชาชนธรรมดาหล่ะ?
“ผลกระทบที่ประชาชนเจอจังๆก็คือเวลาที่ข้าวราคาขึ้น เค้าต้องซื้อข้าวในราคาแพง อย่างเช่นช่วงที่ผ่านมามีอยู่ช่วงนึงที่ราคาข้าวแพงมาก จนประชาชนเครียด เพราะว่าข้าวเป็นอะไรที่เรากินทุกวัน เช้ากลางวันเย็น เค้าต้องซื้อข้าวราคาแพง ซึ่งเป็นอาหารหลักของเค้า รัฐบาลก็ต้องเอาข้าวธงฟ้าราคาถูกอะไรอย่างนี้มาปล่อย ซึ่งก็ซื้อข้าวแพงมากขายถูกอีกทีนึง”

มีอย่างอื่นอีกมั้ย?
“มีผลกระทบโดยตรงต่อชาวนา ช่วงที่ผ่านมาเกือบสิบปีเค้าจะจำนำข้าวแบบไม่เลือกชนิดเลย ไม่ว่าจะเป็นข้าวชนิดไหน ไม่ว่าจะเป็นข้าวที่ตลาดต้องการหรือไม่ต้องการก็เปิดรับจำนำ พอเปิดรับจำนำ ชาวนาก็ผลิตแต่ข้าวที่ไม่มีคนจะซื้อมาจำนำรัฐบาล แล้วก็ไม่มาไถ่ถอน รัฐบาลก็ไม่รู้จะเอาข้าวนี้ไปขายที่ไหนเพราะไม่มีใครอยากได้”

เป็นข้าวคุณภาพไม่ดี?
“ไม่เชิงเป็นข้าวคุณภาพไม่ดีครับ แต่เป็นพันธุ์ที่ตลาดบริโภคน้อย อาจจะเป็นข้าวเหนียวบางสายพันธุ์อะไรอย่างนี้ครับ เพราะข้าวที่ตลาดต้องการมากๆคือข้าวหอมมะลิ อันดับหนึ่ง อันดับสองก็คือข้าวขาวธรรมดา มีตั้งแต่ 100% 5% 20% ส่วนข้าวบางสายพันธุ์ที่ตลาดบริโภคน้อย รัฐบาลก็เหมือนเสียเงินฟรีๆ ไม่สามารถไปขายใครได้ ปล่อยให้ข้าวเน่าอยู่ใน stock เพราะว่าข้าวเนี่ย เวลาซื้อมา มันมีอายุของมัน ถ้าข้าวเก่ามากจนเกินไป มันก็เกิดการเน่าเสียได้ ส่วนใหญ่ปีสองปีก็ควรรีบปล่อยออกได้แล้ว”

ที่หมายถึงรัฐบาลนี่เริ่มตั้งแต่รัฐบาลไหน?
“เริ่มโครงการนี้ตอนปี พศ. 2508 ที่เริ่มมีไอเดียในการจำนำข้าว แต่ช่วงที่ราคาจำนำสูงกว่าราคาตลาดคือช่วงปี 2540 เป็นต้นมา แต่หนักๆจะเป็นตอนรัฐบาลทักษิณครับ ปกติจะเริ่มที่ราคา 80% ของราคาตลาด พอช่วงปี 2530 ถึง 2540 ราคาก็เกือบ 100% ตอนสมัยรัฐบาลทักษิณพุ่งไปเกือบ 120%”

แล้วปัจจุบันหล่ะ?
“ปัจจุบัน โครงการรับจำนำข้าวถูกยกเลิกชั่วคราวในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ โดยให้โครงการใหม่ขึ้นมา เป็นโครงการประกันราคาสินค้า คือรัฐบาลก็จะบอกว่าถ้าชาวนาขายข้าวไม่ได้ราคาที่ต้องการส่วนต่างเค้าจะเป็นคนจ่ายให้”

Answer

แล้วเราจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร?
“ผมคิดว่าถ้าในส่วนเชิงนโยบายก็คือ นโยบายพวกนี้มันยังแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุอยู่ มันแก้ไขปัญหาตอนที่ข้าวออกรวงมาแล้ว จะขายแล้ว แล้วราคาไม่ดี ก็ออกนโยบายพวกนี้มา แต่ถ้าเรามองว่าถ้าเราเราทำผลิตภัณฑ์ได้ดีกว่านี้หล่ะ คือแก้ตั้งแต่ตอนเริ่ม ปูนโยบายด้าน productivity ด้านคุณภาพข้าว ทำข้าวให้เป็นที่ต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้นทัดเทียมกับคู่แข่งอย่างประเทศเวียดนามที่ต้นทุนกำลังถูก”

ทำยังไง?
“ช่วงที่ผ่านมารัฐบาลจะแก้ไขปัญหาด้วยการหาพันธุ์ข้าวใหม่ ที่เทียบเท่ากับข้าวหอมมะลิ เพราะข้าวหอมมะลิส่วนใหญ่จะปลูกได้แค่ทางภาคอีสานของเรา ซึ่งปีนึง supply ก็มีอยู่จำนวนจำกัด แต่ทางภาคกลางจะปลูกข้าวหอมมะลิได้ไม่ค่อยดี รัฐบาลก็พยายามหาพันธุ์ข้าวใหม่มาทดแทนข้าวหอมมะลิที่จะปลูกได้มากขึ้น แต่ว่ามันก็ยังไม่ดีเท่าข้าวหอมมะลิ แล้วรัฐบาลก็ผิดพลาดตรงที่เอาข้าวพันธุ์นี้ไปปล่อยแล้วก็ไปมั่วกับข้าวหอมมะลิ จนตลาดของข้าวหอมมะลิกับข้าวพันธุ์นี้ ถ้าไม่เก่งจริง ก็จะดูไม่ออกว่ามันเป็นข้าวอะไรกันแน่ (หัวเราะ)”

กลิ่น รสชาติ เหมือนกัน?
“รสชาติมันเกือบจะเหมือนกัน แต่ว่ามันก็ยังไม่ใช่ครับ ข้าวหอมมะลิพอหุงแล้วเปิดหม้อออกมาก็จะได้กลิ่นออกมาเลย เวลาทานข้าว เมล็ดมันจะสวยกว่า”

ย้อนกลับมา แล้วปัญหานี้เราจะแก้ไขได้ยังไง นอกจากการหาพันธุ์ใหม่?
“อย่างประเทศญี่ปุ่นนี่นะครับ เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ก็ยังมีการเน้นด้านเกษตรกรรมอยู่ และข้าวก็ผลิตได้เยอะ ไร่นึงมีตากับยายสองคน (หัวเราะ) คนนึงขับรถเกี่ยว คนนึงขับรถไถ เค้าก็ทำนาข้าวได้ดี อาจจะดีกว่าประเทศไทยที่มีพื้นที่มากกว่าเยอะและก็ยังมีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ ถ้าประเทศไทยนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มความรู้ให้กับชาวนา มีการทำนาที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น หนึ่งไร่ผลิตข้าวได้มากขึ้น แต่เราก็ต้องคำนึงว่าประเทศไทย สายพันธุ์ข้าวไม่สามารถปลูกได้มากขนาดนั้น แต่ถ้าเรามี R&D (Research & Development การวิจัยและพัฒนา) ที่ดีขึ้น เราน่าจะทำอะไรได้ดีกว่านี้ ควรมีการลงทุนวิจัยเรื่องข้าวมากขึ้น และไม่ใช่แค่ R&D แต่เราต้องหาตลาดด้วย เพราะถึงแม้เรามี productivity ที่สูงขึ้น มี supply ที่มากขึ้น แต่ว่าเราไม่สามารถหาตลาดได้ มันก็จะกลับเข้าสู่ (หัวเราะ) วงจรอุบาทว์เดิมที่ราคาข้าวตก รัฐบาลต้องเข้ามายุ่งต่อ ต้องทำควบคู่กันไประหว่างการพัฒนาและหาตลาด”

Market & Marketing

ต่อจากเมื่อกี้เลยเรื่องตลาด ตลาดนี่คือที่ไหน?
“ข้าวเป็นอะไรที่บริโภคกันทั่วโลก แต่จะต่างกันตรงที่เค้าบริโภคข้าวชนิดไหน และเอาข้าวไปทำอะไร อย่างคนไทยอาจจะเอาข้าวไปทำเส้นก๋วยเตี๋ยวก็ได้ หรืออาจจะกินเลยก็ได้ ฝรั่งอาจจะนำข้าวไปโม่ทำแป้ง ทำขนมปังอีกที ซึ่งต่างคนก็จะกินข้าวคนละแบบ บริโภคคนละอย่าง ประเทศไทยมีข้าวสายพันธุ์หลักๆที่โลกต้องการอยู่แทบทุกอย่างเลย เราตีตลาดเวียดนามได้ถ้าข้าวเรามีคุณภาพ แล้วต้องมองให้ข้าวไทยมี brand ที่ดี คือทุกคนรู้อยู่แล้วว่าถ้าพูดถึงข้าว ก็ต้องข้าวประเทศไทย”

ารทำ brand นี่ควรเป็นภาครัฐหรือภาคเอกชน?
“ถ้าภาครัฐทำคนที่ได้คือทั้งประเทศ แต่เอกชนทำก็คือบริษัทบริษัทนึงได้ ใครทำก่อนก็ได้ก่อน แต่ถึงแม้เอกชนจะทำแต่ชาวนาก็ยังได้ผลประโยชน์อยู่ดี”

พูดถึงชาวนาบ้าง พฤติกรรมชาวนาเป็นอย่างไรบ้าง?
“พฤติกรรมของชาวนาเหมือนกับจะยึดติดกับอะไรเดิมๆ conservative ทำนาปีนึงทำได้เท่านี้ก็ทำเท่านี้ เหมือนกับเค้ารู้ว่ารัฐบาลก็เข้ามาช่วยอยู่ดี ไปกู้หนี้ยืมสินมาทำนา บางคนไม่มีนาเป็นของตัวเองก็ไปเช่านา แล้วพอได้เงินมาในแต่ละครั้ง (หยุดคิด) อาจจะเป็นนิสัยของคนไทยก็ได้ครับที่เรามักจะบริโภคแต่สิ่งไม่ดี อย่างเช่นเหล้าบุหรี่ เราอาจจะมีค่าใช้จ่ายด้านนี้เยอะ ทำให้ชาวนาหรือคนที่ยังมีเงินน้อยอยู่ต้องไปเสียเงินกับสิ่งเหล่านี้เยอะ ทำให้ไม่มีคุณภาพชีวิตที่ดี ที่พัฒนาขึ้น แล้วพอเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น พอชาวนาไม่มีเงิน ถึงแม้ข้าวราคาขึ้น เค้าก็ไม่มีเงินไปไถ่ถอนอยู่ดี พอไม่มีเงินไปไถ่ถอน เค้าก็ไม่สามารถขายข้าวในราคาดีได้ ก็ไม่ได้กำไร ไม่มีเงินทุนที่จะมาลงทุนเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นวัฏจักรก็คือเดิมๆ ใช้เงินปีนึง ได้เงิน เก็บ ใช้ หมด ทำ เก็บ ใช้ ทำ ทางออกก็นอกจากทำเศรษฐกิจพอเพียง ก็จะพึ่งตัวเองได้ หรือควรจะมีภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือทางด้านการพัฒนาให้มันดีขึ้นกว่านี้ รัฐไม่ควรเข้าไปยุ่งแค่ตรงราคาสินค้าตอนจบ ควรจะไปตั้งแต่แรก”

Rivalry & Risk

อยากทราบถึงโครงการประกันราคาสินค้าที่รัฐบาลชุดปัจจุบันเริ่มขึ้นมา
“รัฐบาลนี้ก็เพิ่งเริ่มใช้ ยังไม่เห็นอะไรชัดเจนเท่าไหร่ แต่ข้อดีก็คือใช้เงินทุนที่น้อยลง ไม่ต้องไปซื้อทั้งหมด แต่จ่ายไปเลย จ่ายส่วนต่าง (ระหว่างราคาตลาดกับราคาที่ชาวนาต้องการ) เหมือนเป็นการ subsidy ชาวนา แต่ยังไงก็ตามชาวนาก็คงทำตัวเดิมๆ ยังไม่สามารถพัฒนาตัวเองขึ้นมาได้ เพราะเค้าเหมือนไม่มีคู่แข่ง ไม่ต้องไปแข่งกับใคร ยังไงรัฐบาลก็จ่ายให้ แต่กรณีนี้ก็คือทำให้โรงสีและพ่อค้ามีระบบการแข่งขันที่ดีขึ้น เพราะต้องลดต้นทุนเองเพราะกำไรที่จะได้ รัฐบาลไม่ได้ให้มาแล้ว (จากการจำนำ) ต้องกระตุ้นตัวเองในการขายข้าวออกไปให้กับผู้ส่งออกหรือพ่อค้าที่จะเข้าไปทำอย่างอื่น โรงสีก็ต้องแข่งขันราคากันเพราะถ้าราคาแพงกว่าคนอื่น คนอื่นขายได้แต่เราขายไม่ได้”

รัฐบาลประกันให้โรงสีรึเปล่า?
“ไม่ได้ประกัน ประกันแค่ชาวนา”

มาพูดถึงคู่แข่งในแง่ประเทศต่างๆบ้าง
“ประเทศที่เป็นคู่แข่งไทยชัดเจนตอนนี้ก็คือเวียดนาม เวียดนามต้นทุนการผลิตต่ำ ชาวนาเค้าค่าครองชีพถูกกว่าชาวนาที่ประเทศไทย แต่ปลูกได้ทัดเทียมประเทศไทย อาจจะสายพันธุ์ไม่ดีเท่าเรา เค้าอาจจะไม่มีข้าวหอมมะลิอย่างในประเทศไทย แต่เค้าก็สามารถแย่งตลาดอื่นไปได้ แล้วก็ขายได้ในราคาที่ถูกกว่าประเทศไทย ผลผลิตเค้าก็เพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นทุกปีด้วย พัฒนามาเร็วมาก เรียกได้ว่าพัฒนามาเพียงสิบปีก็ว่าได้ ทั้งด้านราคาและปริมาณ ตอนนี้ผลิตออกมาสู้กับประเทศไทยได้ชัดเจนมาก ที่ประเทศไทยยังมีดีอยู่คือมีข้าวสายพันธุ์ดี”

แล้วประเทศอื่นหล่ะ?
“อย่างประเทศจีน เค้าผลิตข้าวได้เยอะแต่ว่าเค้าบริโภคภายในประเทศทั้งหมด ญี่ปุ่นก็แทบจะไม่ได้ส่งออกแล้ว จะมีก็พม่า ที่กำลังจะวิ่งขึ้นมาสู้กับไทยได้ เพราะกำลังพัฒนาแล้วค่าครองชีพก็ยิ่งถูกอยู่แล้ว แต่พม่าต้องใช้เวลาอีกซักพักนึง ส่วนอินโดนีเซียก็เป็นข้าวคนละสายพันธุ์กับประเทศไทย เป็นคู่แข่งอันดับรองๆลงมา”

Khajornkiat2Expectation

คาดหวังอะไรกับโปรเจ็คต์นี้ อยากให้เกิดผลอะไร?
“ก็เหมือนมองว่า เรื่องโครงการรับจำนำเป็นอะไรที่เป็นการเมืองมาก เกิดการคอรัปชั่นในทุกระบบตั้งแต่โรงสีจนถึงนักการเมืองทำให้ตลาดค่อนข้างจะผกผวน ทุกอย่างมันไม่ได้เป็นไปตามกลไกตลาด ถ้ามองง่ายๆอย่างชาวนานี้จะมีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ทางตรงก็อย่างเช่นเรื่องราคาเรื่องที่เค้ามีความจำเป็นต้องออกมาประท้วง ทางอ้อมก็เป็นเรื่องที่เค้าจะไม่พัฒนาการปลูกข้าว วิถีชีวิต ให้มันดีขึ้น อยากเห็นประเทศไทยมีการพัฒนาที่ดีขึ้นกว่านี้ และก็ไม่ได้เริ่มที่ปลายเหตุหรือราคา แต่ควรจะเริ่มตั้งแต่การพัฒนา ตั้งแต่จุดเล็กๆ ตั้งแต่สายพันธุ์ข้าว ความเป็นอยู่ วิถีชีวิตของชาวนา อยากให้ลดปัญหาการคอรัปชั่นในแต่ละจุด อย่างโรงสีก็มีสิทธิ์ที่จะคอรัปชั่นได้ อย่างเช่นถ้าข้าวราคาดี ก็แอบเอาข้าวที่จำนำออกไปขาย แล้วไปซื้อข้าวถูกๆมาโปะ มันก็มีปัญหาอยู่ทุกระบบ โครงการรับจำนำเกี่ยวข้องกับสินค้าที่เป็นสินค้าทางการเมืองแล้วยังเป็นโครงการที่ใหญ่ ใช้เงินทุนจำนวนมากหลายพันหลายหมื่นล้านบาท แล้วเงินส่วนใหญ่ก็เป็นเงินภาษีประชาชนทั้งนั้น อยากเห็นการพัฒนาของข้าวไทยไปในทิศทางที่ดีขึ้นมากกว่านี้ เพราะไม่ว่ายังไงข้าวไทยก็ยังอยู่กับประเทศไทยไปอีกนาน ยังไม่รู้ว่าจะหยุดกินข้าวไปกินอะไร (หัวเราะ) แล้วชาวนา ในเมื่อเค้าเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ก็ควรจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ ข้าวควรได้รับการพัฒนาที่ดีกว่านี้ อย่างตลาดข้าวดิบ หรือข้าวที่เราขายกินกันทั่วไป วันนี้ถึงแม้มันจะตันแล้วก็ตาม แต่ว่าเรายังไม่มีการคิดว่าเราจะแปรรูปข้าวเป็นสินค้าอย่างอื่นเหมือนตลาดกุ้งตลาดอาหารทะเลของเราแปรรูปไปเป็นเทมปุระกุ้งอะไรอย่างนี้ แล้วไปขายต่างประเทศก็ได้ราคาสูง แต่ว่าข้าว เราขายแต่ข้าวดิบๆ เรายังไม่มีการแปรรูปที่ชัดเจน แล้วยิ่งอาหารไทยเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ถ้าเราแปรรูปข้าวแล้วส่งออก ส่วนต่างในการทำตลาดจะยิ่งสูงขึ้น แทนที่จะขายแต่ข้าวดิบๆ อยากให้วงการข้าวไทยพัฒนาไปมากกว่านี้อ่ะครับ”

Team & Timeline

การแก้ไขระบบแบบนี้จะใช้เวลานานซักเท่าไหร่?
“อันดับแรกก็ต้องมองข้าวให้เป็นเรื่องการเมืองน้อยลงมา คนที่มีอำนาจทางด้านนี้ นักการเมือง ควรมองข้าวให้เป็นสินค้าเศรษฐกิจ ไม่ใช่สินค้าการเมือง อาจจะต้องรอคนรุ่นใหม่ขึ้นมาเพื่อที่เค้าจะเน้นการทำตลาดข้าว แทนที่จะทำเพื่อเสียงเลือกตั้ง คงต้องรอนักการเมืองรุ่นใหม่ซักพักนึง (หัวเราะ) ส่วนเรื่องการทำราคาตลาด เรื่อง R&D มันจะสำคัญมากกว่า ถ้ามีการเร่งในการพัฒนาด้านนี้อาจจะใช้เวลาห้าปีสิบปีในการข้าวสายพันธุ์ใหม่ (ฟังดูเหมือนเชื้อหวัด “ข้าวไทยสายพันธุ์ใหม่ 2019”) ก็เป็นไปได้ เพราะข้าวปีนึงเดี๋ยวนี้ปลูกได้สามครั้ง เมื่อก่อน เราบอกว่ามีข้าวนาปี ปีนึงครั้งนึง นาปรังก็เก่งแล้ว ปีนึงสองครั้ง เดี๋ยวนี้ชาวนาทำงานปีละสามครั้งได้แล้วเพราะมีระบบชลประทานที่ดีขึ้นแล้ว เดี๋ยวนี้มันไม่เหมือนสมัยก่อน การเร่งพัฒนาก็ใช้เวลาแป๊บเดียว แต่เราต้องมีวิทยาการด้าน R&D ให้ดี”

คิดว่าใครจะเป็นคนทำ? รัฐบาล?
“ก้าวแรกควรจะเป็นรัฐบาล แต่ว่าเอกชนก็มีส่วนร่วมได้ถ้าเค้ามีเงินทุนที่หนาพอ อย่าง CP ตอนนี้ก็ทำข้าวออกมาของเค้าเอง สายพันธุ์ของเค้าเอง แล้วชาวนาต้องไปขายข้าวให้ CP แต่ว่าจำเป็นต้องไปซื้อข้าวเปลือกจาก CP มาปลูก มันก็เป็นความฉลาดของ CP ที่เค้าได้จากการที่ชาวนามาซื้อสายพันธุ์ข้าวเค้า แล้วยังได้ราคาดีจากการที่ชาวนามาขายข้าวอีก ก็ได้สองต่อ”

ก็เป็นเอกชนที่มามีส่วนช่วยชาวนาและก็เป็นธุรกิจที่ดีของตัวเองด้วย?
“(หัวเราะ) ใช่”

อยากให้พูดถึงการเรียนเศรษฐศาสตร์ภาคภาษาอังกฤษที่ธรรมศาสตร์หน่อย?
“ชีวิตนักศึกษาเป็นชีวิต เป็นช่วงเวลาที่เราจะได้ค้นหาตัวเองมากขึ้น ตลอดเวลาสี่ปี เราได้ใช้ความคิดมากขึ้น โตขึ้น และรู้ว่าอนาคตเราต้องทำอะไร การเรียนที่ B.E. ก็เป็นอะไรที่สนุกสนาน การได้เรียนเศรษฐศาสตร์ทำให้ตัวเองได้เกิดคำถามกับตัวเองตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม เศรษฐศาสตร์ ไม่ใช่แต่ว่าเรื่องเงินสำคัญรึเปล่า แต่ว่าเราต้องมองถึงสังคมรอบข้างด้วย มีกระบวนการคิดที่มันแปลก เราต้องคำนึงถึงหลายๆอย่างไม่ว่าจะเป็นความพึงพอใจของตัวเองหรือคนรอบข้าง เป็นการคิดที่มีกระบวนการความคิดที่แยบยล”

Khajornkiat3

SAMRET Comment

หลังจากสัมภาษณ์เสร็จแล้ว ผมอดที่คิดไม่ได้นะครับว่า ประเทศไทยเรานี่โชคดีนะ ที่นอกจากจะมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์แล้วยังมีทรัพยากรมนุษย์ที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ใคร ความตั้งใจและความมุ่งมั่นของคุณก้อง ขจรเกียรติทำให้ผมมองดูอนาคตของประเทศไทยด้วยความหวัง และคิดว่าถ้าบุคลากรชั้นยอดอย่างคุณก้องได้โอกาสที่จะมาช่วยเหลือประเทศอย่างเต็มที่คงจะดีไม่ใช่น้อย

ในส่วนโครงการรับจำนำข้าวนั้น เป็นสิ่งที่ดีที่จะช่วยเหลือชาวนาได้เพราะชาวนาจะได้มีเงินหมุนเวียนดีขึ้น ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น เราคงได้เห็นไปแล้วว่ามีตื้นลึกหนาบางอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว มีการแทรกแซงต่างๆจากผู้ที่มีอำนาจ มีอิทธิพลทำให้ข้าวกลายจากสินค้าเศรษฐกิจและสังคมที่หล่อเลี้ยงคนไทยและประเทศไทย กลายเป็นสินค้าการเมืองที่นักการเมืองลงมาหาผลประโยชน์จากประชาชน

สิ่งที่คุณก้องพูดได้น่าสนใจมากๆเลยคือการพัฒนาวงการข้าวไทย ซึ่งไม่ควรแต่เพียงดูที่ปลายเหตุ หรือราคาข้าวเท่านั้น แต่เราต้องมองให้ครบทั้งระบบว่าจะพัฒนาสายพันธุ์ได้อย่างไร พัฒนากระบวนการปลูกข้าวได้อย่างไร ต้องมีวิธีใหม่ๆหรือไม่ หรือควรที่จะนำเทคโนโลยีมาช่วย นอกจากนี้เรายังควรที่จะต้องดูแลความเป็นอยู่ของชาวนาเพื่อให้กระดูกสันหลังของเรามีความเข้มแข็ง แข็งแรง สามารถพยุงปากท้องและเศรษฐกิจของชาติได้ เราหวังว่าภาครัฐจะไม่ปล่อยปละละเลย หรือแสวงหาผลประโยชน์จากกระดูกสันหลังของพวกเราจนกระดูกพรุนและกระดูกเปราะเนื่องจากความโลภของกลุ่มคนบางกลุ่ม

ผมเห็นด้วยกับคุณก้องนะครับที่เราอาจจะต้องหวังให้กลุ่มคนกลุ่มใหม่เข้ามาบริหารประเทศช่วยเหลือเกษตรกรชาวนา และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณก้อง ขจรเกียรติ จะเป็นส่วนหนึ่งในคนกลุ่มนั้นที่จะมาพัฒนาประเทศเราในอนาคต หลังจากที่คุณก้องสำเร็จการศึกษา ทางทีมงาน ‘สำเร็จ’ จะติดตามผลงานดูนะครับว่า คุณก้อง ขจรเกียรติ นักเศรษฐศาสตร์อนาคตไกลคนนี้จะมีผลงานอะไรให้เราได้ชมกันอีกบ้าง

ขอให้ประสบความ “สำเร็จ” ครับ

ทีมงาน “สำเร็จ

VN:F [1.6.9_936]
Rating: 10.0/10 (1 vote cast)
  • Share/Bookmark

Tags:

Filed Under: Talent