Dumrongpol Charaum: Terrorism and Military Action
Posted on September 30, 2009 by viriya
Terrorism and Military Action: Is direct military action the best way to deal with the problem of terrorism?
By Dumrongpol Charaum
เรื่อง/ภาพ ปริสา รัตนพิทักษ์กุล
*** download (เพื่อการอ่านและการศึกษาเนื้อหาที่ดีกว่า)
“พูดง่ายๆคือ การก่อการร้าย คือ คนที่ตัวเล็กกว่าอยากจะสู้กับคนตัวใหญ่กว่า แต่สู้โดยตรงไม่ได้ คือเข้าไปชกกันตรงๆก็แพ้”
ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่ร้อนระอุในปัจจุบัน การแบ่งพรรคแบ่งพวกเกิดขึ้นอย่างชัดเจน รวมถึงการก่อการร้ายที่ทั่วโลกเริ่มตระหนักถึงความสำคัญ นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ 9/11 ที่สหรัฐอเมริกายิ่งช่วยเพิ่มกระแสความร้อนแรงให้ทวีคูณ ตามมาด้วยการก่อการร้ายของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาความขัดแย้ง ความตึงเครียด ภายในประเทศ ทำให้สภาพจิตใจของประชาชนตกต่ำลง หลายประเทศประกาศตอบโต้การก่อการร้ายด้วยกำลังทางทหาร แต่บางประเทศกลับใช้วิธีการเจรจา แล้ววิธีไหนกันแน่ที่นำมาซึ่งสันติภาพอันแท้จริง!
หลังจากรอคอยจนถึงเวลานัด ชายหนุ่มที่เราที่นัดหมายไว้ก็มาถึง ด้วยท่าทีสบายๆ เป็นกันเอง ทำให้บรรยากาศในการคุยกันถึงหัวข้อที่แสนจะตึงเครียด ผ่อนคลายลงไปถนัดตา คุณป๊อป อดีตนักศึกษาปริญญาตรี คณะศิลปะศาสตร์ สาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านการเมืองระดับประเทศ บวกกับความชอบทางด้านการเมืองที่มีอยู่เต็มเปี่ยม จึงตัดสินใจเดินทางไปศึกษาต่อยอดปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ ในขณะที่กำลังศึกษา ได้ตระหนักถึงสถานการณ์ก่อการร้าย ที่นับว่าเป็นปัญหาสำคัญต่อความปลอดภัยของโลก การตอบโต้การก่อการร้าย จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และสามารถส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อทั้งผู้ที่เกี่ยวและไม่เกี่ยวข้อง ดังนั้นคุณป๊อปจึงตัดสินใจเลือกทำหัวข้อเรื่องการก่อการร้าย ในงาน Assignment ที่ได้รับมอบหมาย นับว่าเป็นหัวข้อที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก แล้ววันนี้เราจะได้รู้คำตอบกันว่า การตอบโต้การก่อการร้ายด้วยกำลังทางทหารดีจริงหรือ?
แนะนำตัวเองหน่อย ปัจจุบันทำอะไรอยู่
“ชื่อ ดำรงพล ชะระอ่ำ (ป๊อป) จบปริญญาตรี คณะศิลปะศาสตร์ สาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ เอกความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (International Relations) Middlesex University, UK
ปัจจุบันกำลังเตรียมตัวทำธุรกิจส่วนตัวครับ”
ทำไมถึงเลือกเรียนสาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา
“สาขานี้น่าสนใจดีครับ แล้วอีกอย่างได้อยู่ธรรมศาสตร์ด้วย ท่าพระจันทร์ 4 ปีเลย อยากเข้าธรรมศาสตร์อยู่แล้ว”
ทำไมถึงเรียนป.โทสาขานี้ที่อังกฤษ
“ช่วงที่เรียนที่ธรรมศาสตร์เริ่มมีความสนใจทางด้านรัฐศาสตร์มากขึ้นครับ เลยไปเรียนต่อยอดจากการเรียนที่ปริญญาตรีต่อไปอีกขั้นหนึ่ง แล้วก็ไปเลือกเรียนที่อังกฤษ”
เรียนที่อังกฤษได้อะไรบ้าง?
“ได้เรียนรู้วัฒนธรรม ภาษา ชาวต่างชาติ ได้ทำความเข้าใจกับมุมมองในชีวิตของโลกตะวันตกที่มีมุมมองต่อเรื่องการเมือง การปกครอง การทูต สังคม วัฒนธรรมต่างๆ กับประเทศในทวีปเอเชีย”
สิ่งที่เรียนที่อังกฤษนำมาใช้ที่ไทยได้มั้ย?
“เอามาใช้ได้ครับ เพราะว่าประเทศเราจริงๆแล้วตามรอยระบอบประชาธิปไตยของอังกฤษมา เราใช้ระบบรัฐสภา แล้วยังมีกษัตริย์เป็นประมุข เรากับอังกฤษ เราเดินตามระบบเค้ามาอยู่แล้ว อย่างเพื่อนพี่จะเขียนงานเปรียบเทียบเยอะมากระหว่าง British Politics กับ Thai Politics เพราะว่ามันมีความคล้ายกัน แต่ว่าต่างกันก็คือ ด้วยลักษณะนิสัยของคน วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม มันไม่เหมือน คนไทยเราไม่ตรงเป๊ะเหมือนฝรั่ง ฝรั่งเค้าเขียนรัฐธรรมนูญมา เค้าเดินตามรัฐธรรมนูญ เป๊ะๆๆ แต่คนไทยเราต้องซิกแซกนิดนึง เพื่อที่จะดัดแปลงให้งานเดิน เพราะนี่คือนิสัยของคนไทย เพราะการที่เราไปเรียนที่โน่นมา เราไปรู้ระบบโดยตรงเค้ามา เราก็เข้าใจ ว่าเหมือนของเรา แต่ถามว่าเอาดัดแปลงได้มั้ย มันดัดแปลงไม่ได้ สำหรับพี่นะ มันไม่ได้เอามาปรับ แต่ทำให้รู้ว่ารากของประชาธิปไตยที่สมบูรณ์เป็นยังไง เหมือนของเรา เพราะเราเป็นคนไทย เราก็จะเข้าใจมากกว่า ว่าเนี่ย ต้องแบบว่าเล่นนอกเล่นในกันนิดนึง งานถึงจะเดิน เพราะมันคือ แนวทางแบบไทย ก็เลยรู้สึกว่า นอกจากได้รู้ว่าฝรั่งคิดยังไง อย่างอื่นพี่ว่าเรียนที่เมืองไทยก็ได้ เรียนที่เมืองไทยอาจจะลึกกว่าด้วย อาจารย์อาจจะดีกว่าด้วย”
เรียนไปทำอะไรได้?
“เรียนเพราะว่า ข้อแรกเลย เชื่อว่า เรียนสิ่งที่ตัวเองชอบน่าจะทำได้ดีกว่าสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ คือการตัดสินใจเรียนต่อ อย่างหนึ่งที่ต้อง focus เลยคือ จบ/ไม่จบ กลัวเรียนไม่จบ ก็มานั่งคิดแล้ว ถ้าเราไปตามกระแสของคนทั่วไป ไปเรียน Business อาจจะดี แต่ว่าก็กลัว เพราะเราไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้เลย เราไม่ชอบ เกลียดเลข รู้สึกกลัวว่า ไปแล้วจะรอดมั้ย เลยตัดสินใจเรียนที่ชอบดีกว่า พอเรียนที่ชอบก็ทำได้ดีกว่า แต่ถามว่าโอกาสในสังคมไทยที่จบสาขานี้มา เมื่อเทียบกับคนที่จบ Business ในการหางาน ก็สู้เค้าไม่ได้ เพื่อนที่จบกลับมาด้วยกันที่จบการตลาด การจัดการ การเงิน เค้ามีทางเลือกในสายงานมากกว่าเราเยอะ เวลาเราไปสมัครงานที่ไหน จบ Political Science ทำอะไรได้ คุณจะไปเป็นเซลล์ เป็นเซลล์อาจจะเป็นได้ คุณจะไปเป็นทีม Marketing คุณเป็นไม่ได้สิ คุณไม่รู้เรื่อง Marketing เลย คุณจะไปบริหารจัดการอะไรได้ เพราะคุณไม่เคยเรียนมา”
ไม่สนใจทำงานด้านการเมือง?
“ถ้ามีโอกาสก็อยากทำ แต่เราไม่รู้ว่าเราจะไปถึงขั้นนั้นได้หรือเปล่า คือ คิดว่าการเมืองไทยประกอบหลายอย่าง แต่โดยหลักแล้วมัน คือ เงิน ต้องเริ่มจากฐานเงินก่อน ถ้าเราจะอยู่ในระบอบการเมืองไทยได้”
ที่มาที่ไปของ Assignment
“เป็นคำถามที่อาจารย์ถามมา เหมือนเป็นรายงาน ที่อาจารย์ตั้งหัวข้อขึ้นมา แล้วเราต้องตอบให้ได้ ว่าทำไมถึงเป็นอย่างนี้ วิชานี้เป็นวิชา Global Security (วิชาความมั่นคงของโลก) ก็คือ ภัยต่างๆในโลก มีเยอะแยะ ภัยธรรมชาติก็นับ ภัยมนุษย์ ภัยทางเศรษฐกิจ ภัยความอดอยากปากแห้ง นับว่าเป็นภัยของโลกมนุษย์หมด ทำให้โลกมนุษย์ไม่มั่นคง ซึ่งก่อการร้ายเป็นหนึ่งในนั้น การก่อร้ายเป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้มนุษย์รู้สึกไม่ปลอดภัย สาเหตุที่เลือกข้อนี้เพราะว่า รู้สึกอยากเขียนข้อนี้มากกว่า เพราะก่อการร้ายเป็นสถานการณ์ปัจจุบันที่สุด โอเค มันก็มีคำถามหลายข้อ เรื่องความอดอยาก เกิดมาเป็น 30, 40, 50 ปี ก็ยังไม่หาย แอฟริกาก็ลำบากอยู่อย่างนั้น เพราะเป็นเรื่องของภูมิภาค เรื่องของอะไร ความยากจนอย่างเนี่ย ทำไม ประเทศที่จนก็ตะบี้ตะบันจน ประเทศรวยก็รวยเข้าไป เพราะมันต่างกันไปแล้ว วิ่งไล่ตามความเจริญกันไม่ทัน ประเทศที่เค้าเจริญแล้วเค้ารวยกว่า ต่อยอดทุนได้มากกว่า ประเทศจนเลือกไม่ได้ ก็โดนกดไปเรื่อยๆ ก็เลยเลือกข้อนี้ มันน่าสนใจดีครับว่าจะมีวิธีการแก้ปัญหาการก่อการร้ายที่ไม่ใช้กำลังทหารมั้ย เราก็เลยอยากลองเขียนดู เพราะว่าอย่างที่เห็นคือทุกประเทศประกาศออกมา เหมือนตอนอเมริกาโดน9/11 เค้าประกาศออกมาเลย ขั้นแตกหักกับการก่อการร้าย ก็คือการใช้กำลังทหารเต็มๆ ลุยแหลก ตายเป็นตาย คือ ยิงกันตายอะ แต่จริงๆเชื่อว่าปัญหาแก้ได้ด้วยความเข้าใจมากกว่านี้ ทำไมเค้าถึงต้องทำ? เค้าโหดร้ายใส่คุณเพราะอะไร คุณไปทำอะไรเค้าก่อนหรือเปล่า คุณใช้อำนาจที่คุณมีมากกว่าเข้าไปแทรกแซงประเทศเค้าหรือเปล่า เค้าถึงต้องต่อสู้กับคุณด้วยวิธีนี้ ถ้าเค้าถามว่า ผมจะสู้กับคุณได้ยังไง ในเมื่อกำลังทางทหารคุณ เทคโนโลยีทางทหารคุณใหญ่ที่สุดในโลก คุณถล่มประเทศไหนก็ได้เพราะคุณเหนือกว่า แล้วพอคุณมีอันนี้คุณก็เลยแทรกแซงคนอื่น พอคุณแทรกแซงคนอื่น คนอื่นได้รับผลกระทบ เค้าลำบาก คนอื่นจะสู้กับคุณยังไง ในเมื่อเค้าสู้ไม่ได้ เค้าก็ต้องใช้วิธีการก่อการร้ายในการสู้ การก่อการร้ายที่ชัดเจนที่สุดที่อเมริกาโดน คือ คนไม่พอใจอเมริกา แต่สู้โดยตรงไม่ได้ ก็สู้อ้อมๆ เอาบ้าง แต่อ้อมหน่อยดีกว่า สู้ทางเศรษฐกิจก็สู้ไม่ไหว สู้ทางทหารก็สู้ไม่ไหว สู้ทางการเมืองก็สู้ไม่ไหว อะไรก็สู้ไม่ได้หมด เลยเล่นก่อการร้ายไปเลย ก็เอาคืนได้แบบหนึ่ง”
ช่วยเล่าถึง Assignment ให้ฟังหน่อย
“เกี่ยวกับการก่อการร้าย นโยบายการใช้ความรุนแรงทางทหารต่อต้านการก่อการร้าย ว่าการใช้วิธีกำลังทหารมีความเหมาะสมมั้ย ”
Assignment ที่ทำเน้นสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก?
“งานที่เขียนเหมือนเป็นการตอบคำถามมากกว่า เราควรใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหามั้ย แต่ที่เน้นสหรัฐฯ เพราะว่าสหรัฐฯขึ้นเป็นผู้นำในการต่อต้านก่อการร้ายอยู่แล้ว เค้าประกาศตัวว่าเค้าจะชนการก่อการร้าย เค้าจะเคลียร์ให้หมด นั่นคือเหตุผลที่บุกอัฟกานิสถาน ทำไมเค้าถึงเข้าไปเคลียร์ปัญหาที่น่าจะเป็นภัยก่อการร้ายของเค้า”
คำจำกัดความการก่อการร้ายตามความคิด
“กลุ่มคนที่ถูกกดจากอะไรสักอย่าง แล้วต้องการผลลัพธ์ให้สำเร็จ แต่ไม่สามารถทำโดยตรงด้วยวิธีที่ถูกต้องได้ ยกตัวอย่างอเมริกา ทำไมพวกอาหรับ พวกบินลาเดนถึงต้องสู้ด้วยการก่อการร้ายกับอเมริกา คิดว่าเป็นเพราะว่าสู้ไม่ได้แล้ว อเมริกาเข้าไปแทรกแซง เข้าไปยึดบ่อน้ำมัน เข้าไปยึดท่อส่งน้ำมัน เข้าไปทุกอย่าง คุณเข้าไปยึดครองประเทศเค้าผ่านระบบเศรษฐกิจ คุณคุมเศรษฐกิจเค้าหมดเลยไง การที่ทรัพยากรธรรมชาติเค้าถูกคุม ก็เหมือนเค้าถูกตัดท่อน้ำเลี้ยง และถูกตัดปากท้องของเค้า เค้าไม่มีกินได้เลย เพราะว่าต่างชาติเข้ามายึดครองสิ่งที่เค้าเอาไว้หากิน แต่ด้วยระบบทุนนิยมมันไม่ผิด มันเป็นเสรีนิยมทั้งโลก ก็คือ Globalization มันทำให้การซื้อขายทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นได้หมด เมื่อคุณเงินถึง ก็ทำให้เกิดความไม่พอใจ เกิดความเก็บกด อะไรก็ตาม รู้สึกถูกกดขี่ ก็ต้องระบายออกด้วยการเอาคืน ด้วยการทำกลับไปบ้าง เหมือนทำไมเค้าถึงถูกถล่มอยู่ฝ่ายเดียว? ทำไมรัฐบาลของเค้ายอมให้อเมริกา ยอมให้อังกฤษ ประเทศที่ใหญ่กว่าเข้ามาได้? อีกอย่างหนึ่งก่อการร้ายที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ก็คือเป็นเรื่องของ ชาติพันธุ์เป็นหลักเลย ถ้าจะสังเกตส่วนใหญ่ปัญหาของประเทศใหญ่ๆ ที่เกิดการก่อการร้าย จะเป็นกลุ่มคนอีกเชื้อชาติหนึ่งที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน พอเค้าต้องการจะเรียกร้องเอกราช ต้องการจะเรียกร้องให้เค้ามีอำนาจการปกครองของเค้าเอง ในพี้นที่ที่มีแต่คนของเค้า มีแต่วัฒนธรรม สังคมของเค้า เค้าก็ต้องตอกกลับ
พูดง่ายๆคือ การก่อการร้าย คือ คนที่ตัวเล็กกว่าอยากจะสู้กับคนตัวใหญ่กว่า แต่สู้โดยตรงไม่ได้ คือเข้าไปชกกันตรงๆก็แพ้ เพราะงั้นก็ต้องแนมไปเรื่อยๆ เหมือนเราไม่ชอบคนตัวใหญ่เนี่ย เราก็หาทางขัดขาไปเรื่อยๆ เพื่อให้ไม่สามารถแกล้งเราได้ตลอด คิดว่าการก่อการร้ายคือการทำเพื่อกระตุก เหมือนปรามไม่ให้คนตัวใหญ่มาเหยียบคนตัวเล็กได้มากกว่านี้ ไม่งั้นก็ย่ำกันจมดิน”
SAMRET Factors

Situation
ที่มาที่ไป (Background) ของการก่อการร้าย
“การตอบโต้โดยอีกวิธีหนึ่งต่อประเทศที่มีอำนาจมากกว่า แต่ว่าตอบโต้โดยตรงไม่ได้ ด้วย power ทางเศรษฐกิจหรืออะไรก็ตาม ก็ต้องตอบโต้ด้วยการก่อการร้ายนะครับ”
ผลกระทบจากการก่อการร้ายต่อความมั่นคงในโลก
“ เกิดแน่นอน เพราะว่า เป็นเรื่องของความตื่นตระหนก คือ มนุษย์เรารู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยมันกระทบหมด เหมือนเรารู้สึกว่า วันนี้ออกจากบ้านไม่ได้ กลัวโดนวางระเบิด พอคนๆหนี่งไม่ไปทำงานปุ๊ป Potential ของบริษัทหนึ่งหายไป แต่อันนี้เป็นวงกว้างไง คนรู้สึกเหมือนกัน ความกลัว ทำให้เกิดปัญหากับเศรษฐกิจ ทำไมถึงเกิดกับเศรษฐกิจ เพราะคนต้อง play safe ทำไมเกิดการก่อการร้ายทีหุ้นตกระนาวเลย หุ้นตก ตลาดเงิน ตลาดอะไรเละตุ้มเปะ เพราะว่าคนปล่อยหุ้นทิ้งออกมา ขายทิ้งให้หมด play safe เอาเงินมากอดไว้ดีกว่า เอาเงินมาอยู่กับตัว อยู่กับบ้าน กลัว ไม่อยากออกไปไหน เพื่อความปลอดภัย ไม่อยากตาย พอทำอย่างนี้ก็กระทบหมดแล้ว กระทบเศรษฐกิจ กระทบหมด ก็คือ คนไม่ออกไปทำอะไร ไม่ทำกิจกรรม เงินไม่ขยับ ไม่มีการจับจ่ายใช้สอย ทุกคนเอาเงินมาเก็บ ทุกคนอยู่กับบ้าน ร้านค้าก็พัง ไม่มีใครออกไปเดิน อะไรอย่างนี้ คือมันเป็นเรื่องของจิตใจที่ว่า พอคนเราไม่กล้าออกไปใช้ชีวิตปกติตามเดิม ทุกอย่างจะกระทบหมด พอเรารู้สึกว่าถ้าเราออกจากบ้านไม่ได้ คือ กลัว ทำอะไรไม่ได้ อยู่เฉยๆ อย่างนั้น หลักๆแล้วอย่างที่บอก เป็นเรื่องจิตใจมากกว่าพี่ว่า ”
ปัญหาของรัฐบาลต่างๆ ในการต่อสู้กับการก่อการร้าย
“ อย่างประเทศไทย ยกตัวอย่างง่ายสุดเลย ปัญหาชายแดนภาคใต้เรา มันก็คือการก่อการร้าย เค้าต้องการดินแดนตรงนั้นนะ เพราะเค้าเชื่อว่าดินแดนตรงนั้น ไม่สมควรเป็นคนไทย สมควรเป็นอะไรก็ว่าไป เพราะเราก็ไม่รู้เท็จจริง แต่ว่ารัฐบาลของไทยเลือกใช้วิธีที่ละมุนละม่อมที่สุด เราแทบจะไม่เคยบุกเข้ากวาดล้างใช้ความรุนแรงเลย ถ้าเกิดก็กรณีตากใบ กรณีมัสยิดกรือเซ๊ะ แต่ถ้าเทียบกับประเทศอื่นน้อยมาก แค่ครั้งหนึ่งหรือ2 ครั้งที่เราอัดเข้าไปจริงๆ ซึ่งจริงๆแล้ว พี่ว่าก็เป็นวิธีที่ถูก เพราะว่าการใช้ความรุนแรงเข้าไปในพื้นที่นั้น คนที่ได้รับผลกระทบ ไม่ใช่แค่คนที่ก่อการร้าย คนที่รับผลกระทบส่วนใหญ่ คือคนที่อยู่ในท้องถิ่น คือคนที่ได้รับผลกระทบที่สุด ซึ่งจากที่พี่คิดเนี่ย ยิ่งใช้ความรุนแรงเข้าไปตรงนั้น พอมันกระทบต่อชาวบ้าน ชาวบ้านก็ต้องออกจากพื้นที่ อย่างนั้นจะเข้าทางกับการก่อการร้าย แนวคิดเค้าคือ ทำยังไงก็ได้เพื่อผลักคนที่ไม่ใช่พวกเค้าออกไปจากพื้นที่ของเค้าให้หมด เมื่อผลักคนออกไปได้ รัฐก็จะเข้ามาแทรกแซงไม่ได้ เพราะว่าไม่มีคนที่ฟังรัฐแล้ว เค้าก็สามารถตั้งรัฐอิสระของเค้าได้ เพราะงั้นวิธีการก็คือ ทำไมทหาร ตำรวจ สายการปกครองทุกอย่างที่ภาคใต้ ถึงต้องเข้าหาชาวบ้าน ทุกคนทำให้ชาวบ้านรัก ทำให้ชาวบ้านเชื่อใจ ก็เพื่อว่า เออ เนี่ย..รัฐอยู่ข้างคุณนะ เราดูแลคุณ มีปัญหาอะไรคุณบอกเรา เราไม่ได้มาเพื่อฆ่า เราไม่ได้มาเพื่อใช้ความรุนแรง เรามาเพื่อแก้ปัญหา เพื่อให้รู้สึกว่าที่คุณลำบากมาเราอยู่ข้างคุณ ”
การทหารในประเทศไทยเป็นยังไงบ้าง?
“ ทหารถือว่าเป็นสถาบันที่จำเป็นในทุกประเทศ เพราะว่าเป็นเรื่องของการรักษาเอกราชอธิปไตยของประเทศ คืออย่างน้อยทุกประเทศต้องมี ไม่แค่ประเทศไทยแต่ทุกประเทศ ทหารมีกำลังในมือ มีพลังคน พลังปืน พลังอาวุธในมือ เพราะงั้นทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นจะอยู่ที่ผู้นำทางทหาร ถ้าผู้นำทางทหารมีสัมพันธ์อันดีกับผู้นำทางรัฐบาล มันก็จะไม่เกิดเหตุการณ์ปฏิวัติอะไรอย่างนี้ขึ้น เพราะเป็นพวกเดียวกัน พอเป็นคนละพวก มันก็พร้อมที่จะแย่งอำนาจกัน เพราะทหารมีอำนาจในมือไง ถึงแม้นายกฯจะเซ็นเปรี้ยงบอกว่าปลดผู้นำ ยังปลดไม่ทัน ทหารยึดแล้ว เพราะฉะนั้นสถาบันทหารในประเทศไทย ถือว่าเป็นสถาบันที่มีอำนาจมาก คือแทรกแซงรัฐบาลได้ ก็ทำไมถึงพูดเรื่องการเมือง แต่ทุกคนวิ่งไปหา ผบ.ทบ.(ผู้บัญชาการทหารบก) ไปถามว่า ท่านคิดยังไงกับการเมืองครับ ทำไมถึงต้องไปถามทหารล่ะ ทั้งที่ทหารเองก็ออกมาพูดว่า ทหารไม่ยุ่งการเมือง ทหารพูดตลอดว่า ไม่ยุ่ง ไม่ทำ ยุ่งหรือเปล่าพี่ไม่รู้ แต่ว่ามันเกิดไง ข่าวก็รั่วออกมา ดันคนนี้ คนนู้น ทหารหนุนคนนี้ว่ากันไป พอสถาบันนี้มีอำนาจ เค้าก็เป็นที่เกรงใจ เวลาเค้าอยากได้อะไร เค้าก็ขยับได้มากกว่า เพราะเค้ามีอำนาจในมือที่จะเอามาต่อรองกับคนที่มีอำนาจมากกว่าเค้าได้ สถาบันนี้ถ้าถามในมุมมองพี่ เหมือนจะสร้างปัญหาไปเรื่อยๆ เค้าแทรกแซงการเมือง เค้าอยากมีอำนาจ เค้าอะไรก็ว่าไป มันไม่เหมือนระบอบของอเมริกา ที่แบบว่าเค้าขึ้นตรงชัดเจนกับประธานาธิบดี มันคานอำนาจกัน แต่ไม่แทรกแซงอำนาจกัน ไม่เข้าไปล้วงลูกกับยอดบนมากเท่าประเทศไทย สถาบันทหารประเทศไทย พี่ว่าเข้าไปล้วงลูกกับระบบการปกครองตลอดเวลา ”
สรุปปัญหาการทหารในประเทศไทย ทหารมีอำนาจมากเกินไป?
“ทหารไม่ได้มีอำนาจมากเกินไปนะ ทหารมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ตามพรบ. ตามที่นายกฯสั่งนั่นแหละ แต่สิ่งที่ผิดคือผู้นำทางทหาร เหล่าผู้นำทางทหารทั้งหลาย พี่ไม่รู้ว่าคนพวกนี้เป็นยังไง แต่ว่าคนพวกนี้มีมุมมองที่ว่า เค้ามีอำนาจ เค้ารู้สึกว่าเค้ามีอำนาจในการต่อรองกับผู้นำรัฐได้ ผู้นำรัฐก็ต้องฟังเค้านะ เพราะเค้าเป็นผู้บัญชาการ เค้ามีทหารในมือนะ คุณต้องฟังผมบ้างสิ เวลาผมให้ความเห็น ซึ่งมันก็มีทั้งดีและไม่ดีไง ถ้าผู้นำทางทหารเป็นคนดี เวลาเตือนผู้นำรัฐที่ไม่ดี มันก็ดี เพราะผู้นำรัฐก็จะฟังไง เพราะว่ารู้ว่าเนี่ยมีพลังในมือไง แต่ถ้าเกิดว่าผู้นำทางทหารไม่ดี มันก็จะเกิดเหตุการณ์ แบบยึดอำนาจ ถ้ารู้สึกว่านายกฯทำอะไรไม่ถูกใจ มีจังหวะก็ล้มเลย ทหารต้องเป็นคนทำอยู่แล้วไงไม่งั้นใครจะมาล้ม ประชาชนล้มไม่ไหว ถ้าประชาชนล้ม ทหารไม่เอาด้วย ทหารก็มายิงประชาชน เหมือนเรื่องเก่าๆอีก ”
Answer
วิธีการปราบปรามควรทำอย่างไร มีอะไรบ้าง?
“ในความคิดพี่ วิธีการที่จะทำให้การก่อการร้ายหายไป ก็คือ เราต้องเปลี่ยนใจเค้าว่า จากการที่เค้าจะใช้ความรุนแรง เรียกร้องความต้องการของเค้า เราเปลี่ยนใจเค้าให้มาเป็นว่า เรามาคุยกัน วิธีการที่จะเปลี่ยนใจเค้าได้ก็คือ เราต้องทำให้เค้าเชื่อใจว่า เรารับฟังเหตุผลเค้าจริงๆ การที่เค้าก่อการร้ายเพราะว่าอะไรล่ะ เค้าเชื่อว่าต่อให้เค้าพูดสิ่งที่เค้าต้องการออกไปรัฐก็ไม่ฟัง รัฐไม่ให้ ไม่มีทางที่รัฐจะยอม เพราะฉะนั้นต้องทำให้รัฐรู้สึกว่ารุนแรง รัฐจะได้เอากำลังเข้ามาปราบ จะได้สู้กัน อะไรก็ว่าไป เพื่อให้เค้าบรรลุสิ่งที่เค้าต้องการ ซึ่งวิธีนี้ข้อดีก็คือ การเสียเลือดเนื้อจะน้อยที่สุด รัฐจะเป็นฝ่ายที่เสียมากกว่า อย่างที่เราเห็นภาคใต้ ฝ่ายรัฐจะโดนเรื่อยๆ แต่ฝ่ายผู้ก่อการร้ายไม่ค่อยโดนหรอก ส่วนใหญ่จับได้ก็ เอาเข้าไปคุย เอาเข้าไปนั่งล้างใจกันนะ ว่าเราเปลี่ยนใจได้มั้ย เพราะพวกนี้เค้าโดนหล่อหลอมทางความคิดแล้วว่า เค้าเชื่อว่า เค้าต้องแบ่งแยกดินแดนให้ได้ เค้าต้องสร้างรัฐอิสระ แยกตัวออกมาให้ได้ เพื่อจะได้เป็นที่ของเค้า โดยเค้าอาจจะอ้างอิงถึงพระเจ้าอะไรก็ตาม ซึ่งพี่รู้สึกว่าตรงนี้ไม่ค่อยถูกต้อง การที่เค้าอ้างอิงถึงพระเจ้าของเค้า แต่เค้าก็ขัดแย้งกับหลักศาสนาของเค้าเอง เค้าฆ่าคนอิสลาม ทั้งที่ศาสนาอิสลามขอให้ทุกคนรักกัน คนอิสลามต้องรักกัน แต่ทำไมเป็นอย่างนี้ เค้าฆ่ากระทั่งคนที่นับถือศาสนาเดียวกับเค้า ไหว้พระอัลเลาะห์เหมือนเค้า คือตรงนี้พี่ว่า เค้าโดนหลอมแบบล้างสมองหมดแล้ว”
ข้อดี&ข้อเสียวิธีการคุยกันไม่ได้ใช้กำลังทหาร
“ข้อดีก็คือ คิดว่าเป็นวิธีการที่จะแก้ลัทธิการก่อการร้ายในระยะยาวครับ หมายถึงว่า การที่เราจะทำให้ตรงนี้หายไปเด็ดขาด ก็คือเราต้องทำให้เค้าเลิกคิดว่าเค้าอยากจะก่อการร้าย แต่ข้อเสียก็คือ รัฐเสียทุกอย่าง รัฐเสียเงิน เสียคน เสียทุกอย่าง เพราะว่ารัฐเหมือนเป็นเป้านิ่งให้การก่อการร้ายเข้ามาโจมตี ทำไมเราถึงเป็นทหารโดนระเบิด ชาวบ้านโดนระเบิด เพราะว่าพวกนี้เค้าก็จะทำมาเรื่อยๆ แต่รัฐใช้แนวคิดที่ว่า เปลี่ยนใจเค้า รัฐโดนอัดๆเข้าไป เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ เสียชีวิตกันทุกวันๆ แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง ถ้าจะใช้กำลังทหารจริงๆ มันก็ทำได้ แต่ว่ามันก็เข้าทางกับความต้องการของเค้า ที่บอกไปตอนต้นว่า เค้าต้องการผลักคนที่ไม่ใช่พวกเค้าออกไปอยู่แล้ว ยิ่งรัฐลงมาลุย ลงมาใช้ความรุนแรง เกิดสงครามกลางเมืองตรงนั้นอะไรก็ตาม คนที่ต้องออกไปก็คือชาวบ้านที่อยู่ตรงนั้น เพราะบ้านเค้าโดนถล่มหมดเลย เค้าก็ต้องออก พอออกปุ๊ป สมมติว่าก่อการร้ายอาจจะแพ้ ซึ่งพี่เชื่อว่ายาก เพราะพวกนี้สามารถหนีไปประเทศอื่น หนีไปที่ฐานเค้าได้อีกเยอะ แต่ถ้าชาวบ้านออกไปหมดเมื่อไร แล้วเค้ากลับมาได้เมื่อไร เค้าก็ยึดได้เลย เค้าก็ตั้งรัฐได้เลย กลายเป็นว่าถ้าชาวบ้านออกไป รัฐก็ต้องเสียงบประมาณ เสียกำลังทหารซ้ำเติมอยู่ดี เอามาไว้กับพื้นที่ตรงนี้ เพื่อป้องกันก่อการร้ายกลับมา เหมือนอิรัก อเมริกาเข้าไปดูแล ช่วยตั้งรัฐบาล แต่อเมริกาต้องแลกกับทหารต้องตาย สุดท้ายก็ต้องถอนแหละ สู้ไม่ไหว ก็ค่อยๆวางแผนถอนออกมาทีละส่วนๆ ก็เหมือนว่าพอคุณไล่เค้าออกไปได้ทีนึง เหมือนเค้าจะหายไป แต่ว่าเค้าไม่ได้หาย เค้าพร้อมที่จะกลับมา เมื่อเค้าพร้อม แต่คนที่ทำเป็นโล่ป้องกันก็ต้องคอยอยู่ตลอด เพราะงั้นคุณก็เสียคน เสียอะไรเท่ากับที่คุณใช้วิธีละมุนละม่อมอยู่ดี แต่วิธีละมุนละม่อมคุณอาจจะเปลี่ยนใจเค้าได้ถาวร แต่อันนี้คุณเปลี่ยนใจเค้าไม่ได้ด้วย แล้วมันอยู่ที่ว่าเงินกับคนคุณถึงแค่ไหน ถ้าเงินกับคนคุณหมดเมื่อไร คุณก็ต้องไป แล้วเค้าก็กลับมายึดได้อยู่ดี เพราะฉะนั้นมันแก้ปัญหาระยะสั้นได้มากกว่าระยะยาว ถ้าเกิดใช้กำลัง พี่ก็เลยรู้สึกว่าถ้าเราทำความเข้าใจกับความต้องการของเค้า ทำความเข้าใจกับสังคม ศาสนา กับความคิดของเค้า มันน่าจะเป็นการแก้ปัญหาระยะยาว ที่ทำให้เค้าเปลี่ยนใจกับมาเป็นความคิดที่ไม่ใช้ความรุนแรงมากกว่า”
แนะนำวิธีที่ไม่ต้องใช้ความรุนแรงมากกว่า?
“ใช่ครับ ถ้ารัฐไม่ใช้ความรุนแรง เค้าใช้ไป แต่ถ้าวันหนึ่งเราเปลี่ยนใจเค้าได้ เค้าก็เลิกใช้ แต่ถ้าเราใช้ความรุนแรงกับเค้า ก็คือไฟเจอกับไฟ มันก็ไม่มีวันดับ มันก็ร้อนไปเรื่อยๆ แต่ถ้าไฟเจอน้ำวันหนึ่งมันก็ดับ”
ข้อดี&ข้อเสียการใช้กำลังทหาร
“ข้อดี คิดว่า เป็นการแก้ปัญหาที่เร็ว คือ ถ้าเรามีกำลังพล กำลังทหาร อาวุธ ยุปโธปกรณ์ที่พร้อม เหมือนเอามันนะ ลุยๆ อัดเข้าไป สะใจ ชนะ ไล่เค้าออกไปได้ แต่ถามว่าปัญหาฝังรากมั้ย? ฝัง ยกตัวอย่างอิรัก ประหารชีวิต ซัดดัม ฮุสเซน ได้ไล่เค้าออกไปได้ ตาลีบัน อัฟกานิสถาน บุกถล่มเละตุ้มเปะ ไล่เค้าออกไปได้ แต่ทุกวันนี้ก็ยังมีปัญหาก่อการร้ายอยู่ ทหารอเมริกันก็ยังโดนโจมตี โดนอะไรตลอด เพราะอะไร เพราะเค้าหายไปไม่หมด เพราะคุณกดเค้าไว้ โอเค เค้าไป แต่เค้าพร้อมที่จะกลับมา เมื่อเค้าพร้อม และเค้าไม่ได้รู้สึกว่า การที่คุณเข้ามาปกครองเค้าเนี่ย คุณมาช่วย เค้ารู้สึกว่าคุณเข้ามา คุณมาแทรกแซง คุณมายึด เค้าไม่รู้สึกว่ามาช่วย
ข้อดี ถ้ามองในแง่เศรษฐกิจ อาจจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ตรงที่ว่า สิ่งที่ทำให้คนกลับถูกขจัดไปอย่างเร็ว คนก็จะกลับมาสบายใจ ว่าก่อการร้ายหายไปแล้วนะ จากเดิมที่อยู่กับบ้าน ไม่กล้าใช้เงิน ไม่กล้าใช้อะไร ตุนอาหาร ก็ออกมาใช้ชีวิตปกติเหมือนเดิม ก็ทำให้ระบบเศรษฐกิจเดินต่อไปได้ตามปกติ ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ เหมือนตอนที่ทุกคนกลัว แล้วหลบอยู่กับบ้าน ทุกคนกล้าลงทุน กล้าที่จะเดินทางไปประเทศนู้น ประเทศนี้ ไม่กลัวการขึ้นเครื่องบิน ข้อดีก็คือตรงนั้น คือ เรียกความเชื่อมั่นกลับมาได้เร็ว ถ้าใช้ความรุนแรง แต่ปัญหาไม่จบ”
รัฐบาลควรคำนึงถึงอะไรเพื่อพิจารณาถึงการตอบโต้
“ในความคิดพี่ การที่เราจะแก้ปัญหาอะไรอย่างนึง เราก็ต้องดูจากองค์ประกอบรอบด้านของปัญหา อย่างเรื่องการก่อการร้าย องค์ประกอบรอบด้านอย่างที่บอก ปัญหาทางสังคม ปัญหาทางเศรษฐกิจ ว่าเค้าอาจจะมีความเป็นอยู่ที่ลำบากนะ สังคมก็คือ เค้าได้รับการยอมรับจากสังคมของคนที่ไม่เหมือนเค้าหรือเปล่า เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่ 3 จังหวัดชายแดน คนอิสลามถูกกดมากกว่าคนจีนหรือเปล่าจากเจ้าหน้าที่รัฐ สมมติว่าขึ้นไปทำบัตรประชาชน เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอิสลามได้ทำทีหลังคนจีนหรือเปล่า ได้ทำหลังคนไทยหรือเปล่า คนไทยได้ Priority มากกว่าหรือเปล่า พวกนี้คือการกดโดยที่ไม่รู้ตัวไปเรื่อย เค้ารู้สึกว่า ทำไมเค้าต้องเป็น second priority เศรษฐกิจอย่างนี้ เค้ามี opportunity ยังไง คนจีนอาจจะเปิดร้านโชว์ห่วย เค้าเปิดได้ป่ะ เค้าเปิดแล้วคนซื้อมั้ย บางคนอาจจจะAnti เป็นอิสลามแล้วไม่ซื้อ ทุกอย่างเกิดขึ้นได้หมด เรื่องวัฒนธรรม เรื่องทุกอย่าง ทำไมคนไทยสร้างวัด มีวัด มีพระให้อยู่ คุณมีมัสยิดเพียงพอสำหรับชาวอิสลามมั้ย คุณให้ความสำคัญเท่ากันหรือเปล่า ในขณะที่คนจีนได้เท่านี้ แต่คนอิสลามได้เท่ากันมั้ย คุณมีที่ละหมาดให้เค้าถูกต้องมั้ย ในสนามบินห้องละหมาดคุณมีเพียงพอสำหรับคนอิสลามหรือเปล่า เรายังไม่รู้เลย ทั้งที่จริงๆแล้วมันเป็นกฎของศาสนา ที่เค้าต้องทำตามเวลาเป๊ะๆ แล้วคุณมีห้องให้เค้าหรือเปล่า ถ้าคุณไม่มี แสดงว่าคุณกดเค้าแล้ว คุณไม่ใส่ใจ ก็คือคุณกด ไม่ใส่ใจ ก็มองว่าเค้าไม่สำคัญ ก็คือกดแล้ว นั่นคือ รัฐบาลควรพิจารณาปัญหาสังคม วัฒนธรรม ฯ แล้วจึงคิดวิธีใดในการตอบโต้ แต่ถ้าสมมติว่าก่อการร้ายไม่ได้เกิดจากปัญหารอบๆ แต่เกิดจากกลุ่มคนที่ลุกขึ้นมาจับปืน แล้วบอกว่าเรามายิงกันเถอะ เพื่อที่เราจะได้ไล่คนออกไป พี่เชื่อว่ารัฐบาลก็ต้องใช้วิธีรุนแรงเพื่อปราบโดยเร็วฉับพลัน เราก็ต้องส่งลงไปเลย เคลียร์เลย ก็ต้องฆ่า”
ตัวอย่างเช่นประเทศไหนบ้างที่ใช้วิธีรุนแรงปราบโดยฉับพลัน?
“เช่น เมืองจีน อาจจะไม่ถึงขั้นก่อการร้าย แต่เป็นปัญหาทางเชื้อชาติ ก็ต้องใช้ความรุนแรงเข้าเคลียร์ เหมือนธิเบต ธิเบตอาจจะลุกขึ้นมา บอกว่าผมไม่อยู่ในจีนแล้ว จีนเคลียร์เลย ยิงเลย เพราะเค้าถือว่าอำนาจรัฐบาลคอมมิวนิสต์ คือ อำนาจเต็ม ชี้คือต้องทำ พี่ว่า การตอบโต้แบบฉับพลันยังไม่ค่อยเห็น ส่วนใหญ่ถ้าเลือกได้ มนุษย์คงไม่มีใครอยากฆ่าเท่าไร มนุษย์เราก็ไม่ได้ดุร้ายขนาดนั้น ที่เอะอะต้องเคลียร์ให้หมด ระเบิดทิ้งให้หมด ถ้าเลือกได้ก็คุยก่อน ถ้าคุยไม่ได้จริงๆค่อยว่ากัน”
ตั้งแต่อดีตเป็นต้นมา วิธีแก้ปัญหาก่อการร้าย วิธีใดนิยมใช้ที่สุด?
“พี่เชื่อว่า วิธีการเจรจาเป็นวิธีที่คนเริ่มต้นอยู่แล้ว คือเวลามีปัญหาอะไรก็ตาม คนเราเริ่มจากเจรจากันก่อน ลองคุยกันด้วยเหตุและผลก่อน ซึ่งถ้าคุยไม่ได้จริงๆถึงจะใช้ความรุนแรง เว้นในประเทศที่มีความเด็ดขาดทางรัฐบาลจริงๆ เช่น จีน พม่า อะไรก็ตาม ประเทศที่เรียกร้องปุ๊ป ต้องใช้ความรุนแรงในการปราม อาจเพราะว่าเค้าคนเยอะมาก หรือคนพวกนี้เอาไม่อยู่ถ้าไม่ใช่ความรุนแรง แต่โดยทั่วไปก็คุยก่อน”
ตั้งแต่อดีตเป็นต้นมา วิธีแก้ปัญหาก่อการร้าย วิธีใดมีประสิทธิภาพดีที่สุด?
“พี่ว่ายังไม่มีให้เห็นด้วยซ้ำว่า วิธีไหนประสบความสำเร็จ อย่างที่บอกว่า ใช้ความรุนแรงเข้าไปเลย ปัญหาก็ไม่จบ เพราะฉะนั้นเอามาคิดไม่ได้แล้ว เพราะปัญหาก็เกิดต่อเนื่อง รอวันกลับมาเกิดอีก ส่วนวิธีเจรจา พี่ก็ไม่รู้ว่า ปัญหาแก้หมดแล้วหรือยัง แต่พี่ว่ามันเป็นระยะยาว อย่างที่บอกว่ามันค่อยๆปรับใจคนให้เค้าเปิดใจยอมรับ ให้เค้ารู้สึกเค้ามีโอกาส มีอะไรเท่ากับคนอื่น ให้เค้ารู้สึกว่าเท่าเทียมกันนะ ในเมื่อเป็นระยะยาว ก็ต้องทำไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ว่าปัญหาแก้หมดแล้ว แล้วเลิกทำ เหมือนว่าจะคุยกับคนให้เค้าเชื่อใจเรา คุยไป 5 ปี เค้าเชื่อใจเราแล้ว เลิกแล้ว อีก 5 ปี เค้าโดนกดอีกรอบ เราก็ไม่รู้เรื่อง เจ้าหน้าที่รัฐเมื่ออยู่แล้วก็ต้องอยู่ไปเลย อยู่ดูแลเค้าไป เมื่อให้ความเท่าเทียมกับเค้าแล้ว ก็ต้องให้ให้ตลอด เพราะไม่งั้นทำให้เค้าคิดได้อีกว่า เค้าถูกกดอีกแล้ว ไม่รักเค้าจริง ไม่จริงใจกับเค้าจริง มาช่วยแค่แป๊ปนึง ไปแล้ว มันต้องทำกันเป็นระยะยาว เป็น Long Term Plan ไปเลย”
Market & Marketing
ปฏิกิริยาของสหรัฐอเมริกาต่อการก่อการร้ายเหตุการณ์ 9/11?
“อย่างที่บอกนะครับเหตุการณ์ก่อการร้ายของสหรัฐฯ ชัดเจนเลยว่า เค้าประกาศตัวว่า เค้าสู้สุดตัวเลย เค้าจะปราบผู้ก่อการร้ายด้วยวิธีการทางทหารแน่นอน เค้าไม่ใช้การเจรจา เพราะเค้าถือว่า ในความคิดนะครับ ที่เค้าต้องใช้ความรุนแรงอย่างนี้ เพื่อต้องการเรียกความเชื่อมั่นจากคนของเค้าได้เร็ว หลังจากที่เค้าโดน 9/11 อย่างที่พี่บอกคนเค้าอยู่ในสภาพจิตตกกันหมด ทุกคนแย่ ตึก World Trade ก็ยังโดน อยู่ดีๆ โดนจี้ โดนถล่ม ไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแล้ว การที่เค้าโต้กลับเลย บุกเข้าไปอัดเลย มันเป็นการเรียกความเชื่อมั่นจากคนของเค้าเองเพื่อให้รู้สึกว่ารัฐเรา ไม่ยอมให้ใครมาลูบคมได้นะ เราคือเบอร์หนึ่ง เรายอมไม่ได้ เราต้องเอากลับ เอามันให้เละ เรายอมไม่ได้หรอก พอทำอย่างนี้ปุ๊บ คนของเค้าก็เชื่อมั่นเค้า เชื่อในรัฐ เชื่อมั่นในประธานาธิบดี ว่าพร้อมที่จะสู้อะไร แต่อย่างที่บอกว่าการใช้ความรุนแรง มันจะต้องมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อเสียมันก็ตามมาอีกกระบุงเลย เสียงบประมาณ บ้านช่องพัง ส่งทหารเข้าไปตายเละตุ่มเป๊ะ เศรษฐกิจก็นะ งบประมาณประเทศแทนที่จะไปใช้พัฒนาโน่น พัฒนานี่ เอาไปเป็นสวัสดิการคน กลายเป็นว่ามาลงกับการทหาร อเมริกาใช้งบประมาณทางทหารมากที่สุดในโลก เพราะว่าศัตรูเยอะไง ก็ต้องใช้งบเยอะ กระจายไปทั่วโลกเลย ไปดักไว้หมด มันก็เป็นอย่างนั้นนะครับ พี่ก็เลยมองว่าอเมริกาในยุคของ Bush เค้าต้องทำอย่างนั้นเพราะว่า เพื่อที่จะทำให้คนของเค้าเชื่อมั่นในประเทศว่าปกป้องคุณได้ไม่ใช่ว่าอยู่ในสหรัฐฯแล้วต้องกลัวตาย คืออยู่ในสหรัฐฯคุณปลอดภัย แต่ยังไม่ได้ศึกษาในยุคของ Obama เลยว่า ว่าเค้าคิดอย่างไร แต่ด้วยปัญหามันอาจจะเบาแล้วในยุคของ Obama ปัญหาก่อการร้ายมันเบาลงคือ Bush (George W. Bush) มันอัดไว้เยอะจนแบบว่ามันอาจจะเริ่มเบาไปแล้ว Obama ก็สามารถเลือกนโยบายที่ผ่อนลงมาได้เลย ถอนกำลังบ้าง คงไว้บ้าง ไม่ต้องแบบโจมตีเต็มที่ แต่พี่ยังไม่ได้อ่านของ Obama เลย”
เริ่มมีผ่อนกำลังมาตั้งแต่ตอน Bush หรือว่าเริ่มมาตอน Obama?
“ถ้าจำไม่ผิดมันเริ่มต้องผ่อนเพราะว่ามันผ่าน สภาคองเกรส (United States Congress) ว่าต้องผ่อน ต้องเริ่มต้องถอนกำลัง แต่ว่ามันชัดเจนกับนโยบายของ Obama ในตอนเลือกตั้งเลยว่า Obama เลือกที่จะถอนทหารออกมาเรื่อยๆ”
อเมริกาใช้กำลังทางทหารปราบ แล้วจะไม่เกิดก่อการร้ายอีกครั้ง?
“เกิดเหตุอีกมั้ยหรือ พี่เชื่อว่า ถ้าเกิดอเมริกาเค้าถอนคนจริง เค้าก็ต้องให้อำนาจการตัดสินใจทั้งหมดไปอยู่ที่รัฐบาลใหม่ของประเทศนั้นๆ ที่เค้าถอน คราวนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลอิรัก รัฐบาลอะไรก็ตามที่จะต้องแก้ปัญหาภายในของประเทศตัวเองให้ได้ คุณเป็นอะไร คุณก้าวเข้ามาแล้ว คุณก็ต้องแก้ให้ได้ ไม่ใช่หน้าที่ของอเมริกาที่จะต้องสนับสนุนคุณ แต่ว่าอำนาจการตัดสินใจต้องไปอยู่ที่ตัวหลัก ๆ”
วิธีตอบโต้ที่ Bush หลังเกิดเหตุ 9/11 เหมาะสมมั้ย ?
“ พี่ว่าเหมาะครับ อย่างที่บอกว่ามันต้องทำอย่างนั้น เพราะว่าสิ่งที่อเมริกาโดนตอนนั้นไม่ได้ทำความตื่นตระหนกแค่ในอเมริกา มันทำให้เกิดความตื่นตระหนกทั้งโลก คือตอนนั้นกลายเป็นว่าการก่อการร้ายกลายเป็นปัญหาหลักของโลกเลย ทุกคนรู้ทุกคนกลัวก่อการร้ายกันหมด รู้สึกว่าไปลูบคมอเมริกาได้ อัดตึก World Trade ทำได้อย่างไร การก่อการร้ายน่ากลัวมาก ทุกคนกลัวจะตาย ไม่ไหวกลัว เพราะฉะนั้น Bush ถึงต้องเลือกวิธีความรุนแรง เพื่อแสดงให้เห็นว่าลุยแหลกไปจับ Bin Laden (Osama Bin Laden) มาให้ได้ คือ ไปจับคนที่มันทำมาให้ได้ ซึ่งตอนนี้ก็ยังจับไม่ได้ ตอนนี้เค้าคงไปแอบในที่ไหนสักแห่ง คงปลอดภัยอยู่ ”
ปัญหาการก่อการร้ายของไทยเทียบกับต่างประเทศแตกต่างกันอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะเรื่องชายแดนภาคใต้ ?
“ปัญหาที่ทำให้เกิดขึ้นมันไม่ต่าง ก็อย่างที่บอกก็คืออาจจะถูกกดทับอะไรก็ตาม การสูญเสียผลประโยชน์ หรือความรู้สึกถึงความอยุติธรรมอะไรก็ตามที่ทำให้เกิดปัญหา เพราะฉะนั้นไม่น่าต่างกัน จุดที่ทำให้เกิด ที่ทำให้คนรู้สึกว่าต้องขึ้นมาสู้ ต้องขึ้นมาก่อการร้าย แต่วิธีแก้ปัญหาของเรา พี่เชื่อว่าดีกว่า ดีกว่าหลายๆ ประเทศ อย่างที่บอกคือเราพยายามที่จะไปซื้อใจคนมากกว่า แล้วก็เราพยายามที่จะไม่ให้การก่อการร้ายในภาคใต้ของเราถูกยกระดับมาเป็นระดับสากล เพราะว่าถ้าเราถูกยกระดับการก่อการร้ายของเรา ถูกยกระดับมาเป็นระดับโลกเมื่อไหร่ ประเทศที่เค้าเป็นผู้นำอย่างประเทศสหรัฐอเมริกาเค้าแทรกแซงได้ เค้าเข้ามายุ่งได้ คือ ถ้ายกระดับขึ้นมามากกว่าเป็นปัญหาภายใน มันจะมีปัจจัยภายนอกเข้ายุ่งอีกเต็มเลย เดี๋ยวประเทศโน่น ประเทศนี้ เข้ามายุ่งแล้ว มาเลเซียเค้าอาจจะบอกว่าทำอย่างนี้ไม่ถูกนะ อเมริกาบอกว่าก็ทำอย่างนี้ไปซิ มันเกิดขึ้นได้หมด เพราะฉะนั้นรัฐบาลคงไว้แก้ปัญหาภายในให้ได้ ไม่ยอมให้ถูกยกระดับเป็นระดับข้างนอก ซึ่งการก่อการร้าย พี่เชื่อว่าพวกผู้การร้ายภาคใต้ก็ต้องการยกปัญหาพวกนี้ขึ้นไประดับข้างนอกให้ได้ เพื่อให้คนเข้ามาแทรกแซง”
ทำไมพวกผู้การร้ายภาคใต้ก็ต้องการยกปัญหาพวกนี้ขึ้นไประดับข้างนอกให้ได้ ?
“ การที่เรายกขึ้นมาอยู่ระดับให้คนอื่นแทรกแซงได้ มีโอกาสที่จะมีเงินทุนไหลเข้ามากับฝั่งเดียวกับฝ่ายผู้ก่อการร้าย หรือมีโอกาสที่ประเทศอื่นจะเข้ามาแทรกแซง อเมริกาอาจจะเข้ามาบอกว่าผมเข้ามาช่วย เข้ามาตั้งฐาน นี่คือเราถูกแทรกแซงแล้ว อยู่ดีๆ มีฐานรบเข้ามาอยู่ในจังหวัด มีกำลังทหารของชาติอื่นเข้ามาอยู่ในเส้นเขตแดน ของเรา นี่คือเราถูกละเมิดอธิปไตยแล้ว คือเราไม่มั่นคง ทำให้เราเสียเครดิตกระจุยกระจายเลย คนอาจจะกระทบเศรษฐกิจอย่างไร ฝรั่งอาจจะบอกว่าไม่มาแล้วภูเก็ต ไม่มาแล้วหาดใหญ่กลัว กระทบหมด ท่องเที่ยวอะไรทุกอย่าง
กระทบไปเรื่อย พอเศรษฐกิจไม่ดี สังคมก็มีปัญหาแล้ว พอคนจนสังคมเกิดปัญหาทันที พอคนจนคนก็จะเริ่มก่ออาชญากรรม เพราะฉะนั้นก็จะเป็นปัญหาที่เกี่ยวพันกันไปเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นประเทศไทยเราก็ใช้วิธีแก้อย่างนี้ ทำมาถูกทางแล้วก็กดให้มันอยู่ภายในก็ค่อยๆ ล้างใจคนกันไป แต่ไม่รู้ว่าจะทำได้เมื่อไร ”
ประเทศไทยควรใช้วิธีไหนในการตอบโต้ภาคใต้
“วิธีปัจจุบันดีแล้ว แก้โดยการเข้าถึงประชาชน ไม่ว่าจะเป็นคนที่ก่อการร้าย ประชาชนทั่วไป ประชาชนที่ไม่เกี่ยว ก็คือทำให้คนในพื้นที่ รู้สึกว่าเค้าปลอดภัย รัฐอยู่ข้างเค้านะ รัฐไม่ได้มองว่าเค้าเป็น Second Priority ”
ในประเทศไทยนอกเหนือจากปัญหาชายแดนภาคใต้ คิดว่ามีปัญหาอื่นที่จะทำให้เกิดการก่อการร้ายได้อีกมั้ย ?
“ถ้ามองจากปัญหาเรื่องเชื้อชาติ เรื่องศาสนา อะไรพวกนี้แล้ว พวกเงื่อนไขที่ทำให้เกิด คิดว่านอกจากพื้นที่ตรงนี้แล้ว ประเทศไทยเราค่อนข้างจะไม่มี คือจริงๆ เราถือว่าประเทศเราดีอย่างที่ว่าคนไทยยอมรับชาติพันธุ์อื่นที่อยู่ร่วมกัน เหมือนเรารู้สึกว่าคนอินเดียที่พาหุรัตก็คือคนไทย คนจีนที่เยาวราชก็คือคนไทย เราปรับตัวเข้าหากันแล้วรู้สึกว่าเราไม่กดเค้า รู้สึกว่า เค้าหน้าอินเดียเลยนะ แต่เค้าคือคนไทยเหมือนเรา เค้าเป็นเพื่อนเราได้ เค้าได้ทุกอย่างเหมือนเรา พี่เชื่อว่าตรงจังหวัดชายแดนมีปัญหา เพราะว่าตรงนี้พี่ว่ามันเกิดความความไม่เท่าโดยเจ้าหน้าที่รัฐ พี่รู้สึกว่าเจ้าหน้าที่รัฐมองในมุมที่ว่าคนอิสลามไม่ควรได้เท่าคนไทย มันก็มีปัญหาเดียวกับภาคเหนือ พวกเผ่าต่างๆ ที่เค้าจะได้บัตรเป็นต่างด้าว เป็นอะไร ต่างๆ ทั้งที่จริงเค้าอยู่ในพื้นที่ของประเทศไทย แต่เค้าไม่ใช่สัญชาติไทย ที่เคยมีเด็กเอ็นทรานส์ เอ็นติดแต่ว่าให้เข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ เพราะไม่ได้ถือบัตรเป็นคนไทย ต้องรออายุครบ พวกนี้คือปัญหาที่ทำให้เค้ารู้สึกว่า ทำไมเค้าเกิดที่แผ่นดินนี้ เกิดในเขตแดน แต่ทำไม่เค้าไม่ใช่คนไทย ทำไมเค้าถูกปฏิบัติแตกต่างจากคนไทย เค้าอาจจะเก่งกว่าก็ได้ เค้าอาจจะมีดีกว่าก็ได้ แต่ว่าเค้าไม่ได้รับการยอมรับ แต่ตรงภาคเหนือ พี่ว่าเกิดความรุนแรงยาก ”
Rivalry & Risk
พฤติกรรมของผู้ก่อการร้ายโดยมากมีแนวคิดอย่างไร ?
“ยากมากเลยครับ เป็นคำถามที่ควรถามระดับอาจารย์ โดยทั่วไปเราคิดว่ารูปแบบการก่อการร้ายมันก็ถูกฝึกมาในรูปแบบเดียวกันนะครับ อย่างที่บอกทำอย่างไรก็เพื่อที่จะใช้ความรุนแรงกระตุ้นให้รัฐใช้กำลังหรืออะไรก็ตามเพื่อที่จะให้เอาคนในพื้นที่ออกไป หรือว่าอะไรก็ตาม น่าจะเป็นแนวคิดคล้าย ๆ กัน ก็คือต้องใช้ความรุนแรงเพื่อให้คนที่มีอำนาจมากกว่าเข้ามาเคลียร์ปัญหา โดยแทนที่จะใช้วิธีละมุ่นละม่อม ต้องการให้คนสนใจ ยิ่งคนสนใจมากเท่าไร ยิ่งยกระดับปัญหาให้เป็นปัญหาระดับนานาชาติได้เร็วเท่าไรยิ่งดี สำหรับเค้านะ แต่ไม่ดีสำหรับเรา ”
ผู้ก่อการร้ายของเมืองไทยกับต่างประเทศกับทั่วโลกมันเกี่ยวข้องกันมั้ย ?
“พี่ว่าความเกี่ยวข้องอาจจะมีแต่ก็ไม่เยอะ อย่างผู้ที่ก่อร้ายในเมืองไทย พี่เชื่อว่าเวลาที่ฝึกเค้าเกี่ยวข้องกับทางมาเลเซีย อินโดนีเซียแน่นอน คือมันมีกระบวนการ JKI ที่เป็นพวกเดียวกัน เค้ามีศูนย์ฝึกอะไรของเค้าอยู่ในป่า อย่างที่เราได้ฟังจากในข่าว”
การปฏิบัติทางการทหาร และการไม่ปฏิบัติมีความเสี่ยงอย่างไร ?
“ขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์มันจำเป็นต้องใช้หรือไม่ใช้ ก็อย่างที่บอกว่าถ้าเหตุการณ์ที่มันเกิด มันกระทบกับจิตใจคนมากจริงๆ เราต้องการเรียกความเชื่อมั่นของภาครัฐคืนมาให้ได้จริงๆ มันก็ต้องใช้ความรุนแรงให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะปราบให้เร็วที่สุด แต่ถ้าความเสี่ยงที่จะเกิดเมื่อเค้าใช้ แน่นอนถ้าใช้ความรุนแรงมันมีความเสี่ยง 100% ทหารเราตาย ผู้บริสุทธิ์ตาย ทุกคนตาย มีคนตาย มีความเสียหาย ตึกรามบ้านช่องพักพินาศหมด ทุกอย่างพัง แต่ถ้าเค้าเลือกที่จะไม่ใช้ ก็อย่างที่บอกขึ้นอยู่กับสภาวะของปัญหา ถ้าเค้าไม่ใช้แล้วการก่อการร้ายรุนแรง แต่เค้าเลือกที่จะไม่ใช้มันต้องทำให้คนกลัว อยู่กับบ้าน พอคนเอาแต่อยู่กับบ้าน คนกลัว คนก็ไม่กล้าขยับตัวทำอะไร ไม่ขยับตัวทำอะไรทุกอย่างก็พังซิ เศรษฐกิจก็พัง ไม่มีใครทำอะไรเลย ทุกคนเอาแต่แบบว่าซื้ออาหารไปตุนอยู่แต่กับบ้าน อยู่ในหลุมหลบภัยดีกว่า กลัวมันก็ไม่เกิดอะไรขึ้น”
ป้องกันความเสี่ยงจากการไม่ใช้กำลังทางทหารอย่างไร ?
“คืออย่างน้อย คนเรารู้สึกว่าการก่อการร้าย เมื่อมีการโจมตีต้องโจมตีสถานที่สำคัญ และเป็นที่รวมมวลชน ไม่ว่าจะเป็นรถไฟใต้ดิน ตึกหรูๆ ใหญ่ๆ เครื่องบิน เพราะฉะนั้นการอยู่บ้านเค้ารู้สึกปลอดภัย เพราะเค้าอยู่ในที่ของเค้า คนเราต้องรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ในบ้านตัวเอง เพราะมันเป็นพื้นที่ของเรา เป็นกรอบของเรา เพราะฉะนั้นเมื่อเค้าไม่ทำอะไร เค้าอยู่ในบ้านเค้ารู้สึกปลอดภัย เค้าต้องรู้สึกปลอดภัยกว่าที่เค้าจะออกไปเดินเล่นข้างนอก ซึ่งอาจจะเกิดระเบิดขึ้นมาเมื่อไรไม่รู้ แต่ถ้าดวงคนจะตายต่อให้อยู่บ้านมันก็ตาย เค้าอาจจะมาวางหน้าบ้านคุณก็ได้ นั่นคือวิธีป้องกันก็คือไม่ไปอยู่ในจุดที่สำคัญ ”
ป้องกันความเสี่ยงจากการใช้กำลังทหารอย่างไร ?
“หมายถึงว่าทำอย่างไรไม่ให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องตาย อย่างนั้นต้องอยู่ประเทศที่มีหน่วยข่าวที่ว่ารู้ว่าคนไหนไม่ใช่ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ไง คือการที่เข้าไปโจมตีบริเวณที่ถูกเจาะจง ว่านี้คือพื้นที่ของพวกผู้ก่อการร้ายอยู่ พี่เชื่อว่ายังไงมันก็ต้องมีชาวบ้านผู้บริสุทธิ์อยู่แล้ว มันไม่มีทางมีการก่อการร้ายที่เป็นเมืองก่อการร้ายเข้าไปลุยกับมัน มันไม่ใช่ มันต้องมีผู้บริสุทธิ์อยู่แล้ว คืออย่างไรผลกระทบมันไม่สามารถคุมได้อยู่แล้วว่าคนบริสุทธิ์ไม่ตายนะ เฉพาะคนที่ไม่บริสุทธิ์ตายเป็นไปไม่ได้ มันคือผลเสียของการใช้ความรุนแรง เพราะฉะนั้นการใช้ความรุนแรง นอกจากเรื่องทางใจยังไม่เห็นข้อดีอะไร นอกจากเรียกความเชื่อมั่น มันเป็นการประกาศศักดาว่าแสดงพลังอำนาจออกมา การแสดงพลังเรียกความเชื่อมั่น”
Expectation
ประเทศไทยมีโอกาสที่จะรอดพ้นหรือหมดภัยจากการก่อการร้ายภาคใต้มั้ย ?
“แน่นอนครับ แน่นอนพี่เชื่อ เพราะว่าพี่เชื่อในนโยบายของรัฐบาลที่ทำอยู่มาทุกสมัย ว่าการที่เราเลือกใช้วิธีการลงไปอยู่กับชาวบ้าน คือเป็นวิธีที่ถูกไง เพราะฉะนั้นถ้าถามใจพี่ พี่ต้องเชื่ออยู่แล้วถูกเปล่า เพราะพี่มองว่าทุกวันนี้ที่เจ้าหน้าที่รัฐทำอยู่คือสิ่งที่ถูก การที่เค้าไม่ใช้ความรุนแรงไปยิงๆ อันนี้เป็นสิ่งที่ถูก เพราะฉะนั้นสิ่งที่เค้าทำอยู่พี่ก็เชื่อว่ามันมีโอกาสวันหนึ่งต้องซื้อใจคนในพื้นที่กลับมาได้หมดแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ แต่เชื่อ”
มองถึงอนาคตข้างหน้าเกี่ยวกับความปลอดภัยในโลก คิดว่าภัยก่อการร้ายจะไปทิศทางใด ?
“พี่ว่าก็การก่อการร้ายส่วนใหญ่ก็จะเกิดขึ้นกับประเทศมหาอำนาจ เพราะประเทศมหาอำนาจชอบไปแทรกแซงประเทศอื่นเค้า เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องของนโยบายของประเทศมหาอำนาจที่ว่า คุณจะหยุดไปแทรกแซงประเทศไทยอื่นได้หรือยัง ถ้าคุณเลือกที่จะดำเนินนโยบายแบบ คุณทำธุรกิจอะไรแต่คุณไม่แทรกแซง ไม่แทรกแซงทางการเมือง ทำลายประเทศให้เค้ารู้สึกว่าเค้าถูกกดขี่ พี่เชื่อว่าการก่อการร้ายของโลกเรามันก็หายไปได้ ถ้าทุกประเทศให้เกียรติกัน เหมือนสหรัฐอเมริกาไม่ให้เกียรติพม่า เอ๊ะอะคุณ sanction, boycott เค้าไม่เปิดประเทศ ไม่เป็นประชาธิปไตย ทำไมคุณต้อง boycott คุณรู้ได้อย่างไรว่าถ้าเค้าเป็นประชาธิปไตยแล้วเค้าจะไปรอด เค้าอาจจะไม่รอดก็ได้ พม่าอาจจะบอกว่าถ้าเป็นประชาธิปไตยตอนนี้ อาจจะเกิดสงครามกลางเมืองตายกันทั้งเมือง รัฐทุกรัฐลุกขึ้นมาเป็นรัฐอิสระ เพราะประเทศมหาอำนาจเป็นตัวกำหนด key โลก เหมือนประเทศมหาอำนาจคิดอย่างนี้ คนอื่นต้องคิดตาม คิดให้เหมือนเค้า คือคิดไม่เหมือนเค้าคุณแปลก เหมือนเราคิดไม่เหมือนอเมริกาเราแปลกแล้ว ทำไมต้องคิดเหมือนอเมริกา คิดแบบจีนได้เปล่า ทำไมคิดแบบจีนไม่ได้หรือ คิดแบบรัสเซียไม่ได้เหรอ พี่คิดแบบนั้น”
คิดว่าการก่อการร้ายจะมากขึ้นมั้ย ?
“ถามว่ามากขึ้นมั้ย พี่ว่ามันตอบยากครับ มันอาจจะเพิ่มขึ้นก็ได้หรืออาจจะลดลงก็ได้ ขึ้นอยู่กับนโยบายของประเทศมหาอำนาจอย่างที่พี่ว่า คือ ถ้าประเทศมหาอำนาจรู้จักพอ รู้จักหยุดที่จะทำอะไรที่ไปกดคนอื่น ก่อการร้ายมันก็เกิดน้อยลงได้ เพราะรู้สึกว่าไม่มีใครมาทำอะไรเค้า เค้าจะไปก่อการร้ายกับอเมริกาทำไม จะไปใส่อังกฤษทำไม เค้าจะไปบู๊ใส่อังกฤษทำไม ในเมื่ออังกฤษไม่ได้ทำอะไรให้เค้า เค้าไปถล่มสเปนทำไมในเมื่อสเปนไม่เคยทำอะไรให้เค้า แต่ถ้าเกิดเค้ารู้สึกว่าเค้าถูก เค้าก็ต้องโต้กลับ คนเราถ้าถูกกระทำเค้าก็ต้องสู้ ถ้าไม่มีใครไปทำอะไรเค้าก่อน การก่อการร้ายมันก็มีโอกาสที่จะหายไปได้อยู่แล้ว”
ได้อะไรจากการทำ Assignment บ้าง?
“ถ้าเป็นความเห็นส่วนตัวมันก็ได้เขียนเรื่องที่อยากเขียน คือหมายถึงว่าได้แสดงความเห็นในสิ่งที่อาจจะขัดแย้งกับความคิดของโลกตะวันตกก็ได้ เหมือนกับพี่ที่อยู่อังกฤษ อังกฤษเค้าก็คือพันธมิตรหลักในการก่อการร้ายของอเมริกา แต่พี่ก็ได้เขียนในมุมมองที่พี่เชื่อว่าสิ่งที่อังกฤษกระทำอยู่มันไม่ถูก พี่รู้สึกมีความสุขกับการที่ได้แสดงความคิดนี้ออกไปว่า สิ่งที่อังกฤษกำลังดำเนินนโยบายตรงนี้อยู่ พี่มองว่ามันไม่ใช่ ”
คาดหวังอย่างไรบ้างกับสิ่งที่เขียนไป?
“คาดหวังว่า เค้าอ่านแล้วอาจจะดีก็ได้ Professor วิชานี้ของพี่พอดีเค้าเป็นคนเขียนหนังสือเกี่ยวกับ Global Security ของที่อังกฤษ ส่วนใหญ่คนที่เรียนวิชานี้ของมหาวิทยาลัยอะไรก็ตาม เผื่อไปกระตุกเค้าให้คิดได้ แต่พี่คิดว่าเค้าคงคิดได้แหละ เพราะเค้าคือระดับไปไกลแล้ว”
Team & Timeline
ประเทศไทย และอเมริกาควรดำเนินการแก้ปัญหาอย่างเฉียบขาดเรื่องก่อการร้ายอย่างไร?
“เราก็ทำอยู่แล้วนี่ครับ ไทยเราก็มีนโยบายในการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ของเราอยู่แล้ว อเมริกาเค้าก็ทำของเค้าอยู่ ก็คือมันเป็นนโยบายที่เค้าทำกันมาอยู่แล้ว คือแต่ละประเทศที่เกิดปัญหาหรืออะไรก็ตาม เค้าก็ทำ อย่างที่บอกว่าอเมริกา ถ้าเราจะไปเปลี่ยนใจเค้าให้เค้าไม่ไปแทรกแซงประเทศอื่นเลย หรือว่าอะไรก็ตาม ถ้าบอกว่าให้หยุดไปแทรกแซงประเทศอื่นนะ การก่อการร้ายที่เกิดขึ้นคงหายไปเลยมันก็อาจจะไม่ใช่ สมมติเค้ายื่นนโยบายที่ไม่ยุ่งกับประเทศอื่นเลย แต่การก่อการร้ายอาจจะเกิดก็ได้ ด้วยอดีตที่เค้าทำมาหรือว่าด้วยผลประโยชน์ทับซ้อนอะไรก็ตามที่เค้ายังคงไปลงทุนไว้อยู่ มันต้องปรับไปตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตอนนี้เค้าทำอะไรบ้าง เค้าก็ลดความแข็งกร้าวลง ไม่ใช่เอะอะบุกเลย เพราะว่าเค้าอยู่ตัวแล้ว ตอนนี้เค้าก็ลดความแข็งกร้าว เค้าไปแทรกแซงพม่ามั้ย แทนที่เค้าจะเลือกใช้กำลังทหารบุกพม่า เค้าใช้วิธี boycott นี่คือนโยบายที่ออกมา เพื่อลดแรงกระทบลง แทนที่เค้าจะใช้ความรุนแรงทางทหาร เค้าใช้วิธี boycott นี่คือวิธีการฑูต”

….
วางแผนอนาคตอย่างไร?
“ก็คือหาธุรกิจทำกับเพื่อน ว่าจะเปิดร้านกาแฟร้านอาหาร เปล่าหรอกก็อันนี้เป็นช่วงเริ่มต้น คือถ้าพี่มีโอกาสได้ทำอะไรที่แบบเรียนมาทางด้านนี้ก็ดี มันเป็นเรื่องโอกาส คืออย่างหนึ่งที่พี่ยอมรับตัวเอง พี่ยังไม่ได้เก่งอย่างขั้นที่ว่าจะไปแบบทำงานในภาครัฐที่เข้าใจอะไรเกี่ยวกับปัญหาพวกนี้ได้ขนาดนั้น คือเราก็ด้วยพื้นฐานอะไรต่างๆ สมมติตอนนี้ให้ไปสมัครงาน กอ.รมน.(กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน) เพื่อลงไปทำงานในภาคใต้จริงๆ พ่อแม่ไม่มีทางยอม คือมันเป็นเรื่องของพื้นฐานที่ว่าเราจะได้โอกาสตรงนั้นหรือเปล่า แต่ถามว่าถ้ามีโอกาสอนาคตอยากทำมั้ยก็อยากทำ ก็อยากรู้ อยากมีโอกาสที่ได้ไปทำงานจริงๆ ตรงนั้นบ้าง แต่คือมันคงเป็นเรื่องยากเราก็รู้ๆ กันอยู่ ก็คงไม่มีใครยอมไป ส่วนอนาคตที่พี่ใฝ่ฝันพี่ก็อยากมีกิจการตัวเองอยู่ดี พี่ว่าเรียนวิชาพวกนี้เรียนเพื่อให้รู้โลก แต่ว่าถามว่าเอามาใช้ในโลกได้มั้ย มันก็ใช้ได้ แต่เราอาจจะมีมุมมองแตกต่างจากคนที่เรียนด้านธุรกิจ สมมติพี่ต้องทำธุรกิจกับคนที่เค้าเรียนจบการตลาดมา เรามองคนละโลกกันเลย มองคนละมุม พี่อาจจะมองนี่ๆ แต่คนจบการตลาด เค้าจะมองเป็นภาพของเค้าว่า การทำการตลาดต้องอย่างนี้นะ การทำธุรกิจต้องมองbusiness plan พี่อาจจะไปมองว่าทำแบบนี้ไม่ดีนะ มันอาจจะไม่เข้ากับวัฒนธรรมที่ประเทศนั้นหรือเปล่า เราอาจจะส่งสินค้านี้ไม่ได้ พี่มองอย่างนั้น แต่คนที่ทำไปมองว่าถ้าขายได้ก็ขายไปเลย มันก็แค่การเรียนที่ทำให้เรามีมุมมองแตกต่างกว่า คิดได้อีกมุมหนึ่งนอกจากคนทั่วไป”
SAMRET Comment
หลังจากอ่านบทสัมภาษณ์แล้วคงไม่เชื่อนะครับว่านี่เป็นบทสัทภาษณ์ของนักศึกษา เพราะความเข้าใจที่ละเอียดอ่อนในเชิงลึกของคุณดำรงพล ทำให้ผมคิดว่าเรากำลังสัมภาษณ์กับนักวิเคราะห์การก่อการร้ายมืออาชีพ ด้วยสถานการณ์การเมืองบ้านเราที่ไม่แน่ไม่นอน เป็นสิ่งที่น่ายินดีที่คนรุ่นใหม่ยังรักที่จะเรียนรัฐศาสตร์เพื่อที่จะเป็นกำลังสำคัญในการเปลี่ยนแปลงการเมืองไทยให้ดีขึ้นในอนาคต
จากบทสัมภาษณ์เราคงเห็นได้จากมุมมองของคุณป๊อบ ดำรงพลนะครับ ว่าการก่อการร้ายเกิดจากการที่ประเทศใหญ่รังแกประเทศหรือกลุ่มคนที่เล็กกว่า อาจจะเป็นประเทศสหรัฐอเมริกาต่อประเทศในตะวันออกกลางหรือแม้แต่ประเทศไทยกับประชาชนชาวมุสลิมทางภาคใต้ เพราะฉะนั้นวิธีที่คุณป๊อบ ดำรงพลแนะนำคือการทำความเข้าใจ การให้ความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและใช้กำลังทหารให้น้อยที่สุด ซึ่งเราก็คิดว่าถ้าได้ทำอย่างที่คุณป๊อบว่า การก่อการร้ายน่าจะลดลงในระยะยาวมากกว่าการให้กำลังทหารโดยไม่ยั่งคิด
ประเทศไทยเราอาจจะยังมีนักปกครองสมัยใหม่หัวก้าวหน้าอย่างคุณป๊อบ ดำรงพล ไม่พอ ยังขาดคนที่จะสามารถรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายถึงแม้อีกฝ่ายจะมีเพียงเสียงเล็กๆ แต่เสียงเล็กๆนี่แหละที่อาจจะนำไปสู่ความน้อยเนื้อต่ำใจและการก่อการร้าย เพราะฉะนั้นทางทีมงาน “สำเร็จ” หวังว่าในอนาคตอันใกล้ คุณป๊อบ ดำรงพล คงได้มีโอกาสช่วยประเทศชาติรอดพ้นวิกฤติต่างๆ
ขอให้โชคดีและประสบความ “สำเร็จ”
ทีมงาน “สำเร็จ”







